Podcast Endtimes: สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยวิญญาณแบบมาร์ธา

 

เราอยู่ในสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยวิญญาณแบบมาร์ธา

สังคมที่เรียกร้องและบังคับให้เราต้องไป ไป ไป

โลกต้องการให้เราวิ่งไปเหมือนม้า

ถ้าเราดึงดันและไม่ต้องการก็จะถูกบังคับกดขี่ให้วิ่งไปเหมือนล่อ

สังคมที่แก่งแย่งชิงดี แข่งขัน และต้องการเอาชนะ

บีบคั้นผู้คนให้กลายเป็นหนูติดจั่น

ไม่เว้นแม้แต่ในคริสตจักรส่วนใหญ่ ตารางงาน ตารางกิจกรรมแน่นเอี๊ยด

จนแทบไม่มีเวลา และที่ว่างให้พระเจ้าทำงานภายในวิญญาณและจิตใจของผู้คนอย่างลึกซึ้ง

การลงลึกในมิติฝ่ายวิญญาณกลายเป็นไม่มีคุณค่าอีกต่อไป เมื่อเทียบกับการนำคนให้เข้ามาได้เยอะๆ ตามเป้าหมาย ตามตารางงานที่บีบให้ต้องทำ

พระวิญญาณบริสุทธิ์ปรารถนาสัมพันธ์ที่สนิทสนมอย่างลึกซึ้งกับเจ้าสาวของพระคริสต์

แต่เจ้าสาวของพระคริสต์ถูกเบียดเบียนด้วยวิญญาณแบบมาร์ธา

แทนที่จะเต็มล้นด้วยพระวิญญาณแบบนางมารีย์

ในพระธรรมลูกา 10:3842;

และต่อมาเมื่อพระองค์กับเหล่าสาวกกำลังเดินทางไป พระองค์จึงทรงเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อมาร์ธาต้อนรับพระองค์ไว้ในเรือนของเธอ

39; มาร์ธามีน้องสาวชื่อมารีย์ มารีย์ก็นั่งใกล้พระบาทพระเยซูฟังถ้อยคำของพระองค์ด้วย

40; แต่มาร์ธายุ่งในการปรนนิบัติมากจึงมาทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือ ซึ่งน้องสาวของข้าพระองค์ปล่อยให้ข้าพระองค์ทำการปรนนิบัติแต่คนเดียว ขอพระองค์สั่งเขาให้มาช่วยข้าพระองค์เถิด”

41; แต่พระเยซูตรัสตอบเธอว่า “มาร์ธา มาร์ธา เอ๋ย เธอกระวนกระวายและร้อนใจด้วยหลายสิ่งนัก

42; สิ่งซึ่งต้องการนั้นมีแต่สิ่งเดียว มารีย์ได้เลือกเอาส่วนดีนั้น ใครจะชิงเอาไปจากเธอไม่ได้”

 

น่าเสียดายที่คริสตจักรส่วนใหญ่ยอมรับวิญญาณของมาร์ธา การรับใช้ของคริสตจักรเป็นเหมือนสายพานลำเลียง เร่งรีบในสิ่งที่จะต้องปรนนิบัติ เร่งรีบในสิ่งที่จะต้องทำเพื่อพระเจ้า

แทนที่จะรับสาส์นจากพระเจ้า และออกไปทำในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้ทำในเวลานั้นๆ

เหมือนดั่งแกะที่ฟังเสียงผู้เลี้ยงอยู่เสมอ

ยอห์น 10:27; แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา และเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา

 

สิ่งที่เราจำเป็นต้องรับรู้อยู่เสมอก็คือ เราไม่สามารถควบคุมพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ทำตามเป้าหมายของเรา ทำตามใจของเรา หรือทำทุกอย่างที่เราวางแผนไว้ภายในเวลาที่เราจำกัดไว้

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอยู่เหนือความจำกัด และกรอบแห่งประเพณีปฏิบัติทั้งสิ้น

เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถห้ามลมให้พัดมาถึงเราได้อย่างไร

เราก็ไม่สามารถห้ามพระทัยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางเราได้ฉันนั้น

ยอห์น 3:8; ลมใคร่จะพัดไปข้างไหนก็พัดไปข้างนั้น และท่านได้ยินเสียงลมนั้น แต่ท่านไม่รู้ว่าลมมาจากไหนและไปที่ไหน คนที่บังเกิดจากพระวิญญาณก็เป็นอย่างนั้นทุกคน”

 

พระวิญญาณบริสุทธิ์จะพัดพาเราไปในทิศทางใดอยู่ที่พระทัยของพระบิดา และเราไม่สามารถจำกัดพระองค์ได้

เช่นเดียวกัน สังคมได้ผลักดันให้เราจำกัดเวลา สร้างตารางงานขึ้นมา และได้กลายเป็นรูปเคารพไปเสียแล้ว

ทั้งๆ ที่เมื่อปุโรหิตเข้าไปในพลับพลาของโมเสส คนของพระเจ้าเดินเข้าไปโดยไม่มีการจำกัดเวลา

 

การอุทิศตัวฝ่ายวิญญาณของเราต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากในสังคมของมาร์ธา

สังคมของมาร์ธาเหลือที่ว่างน้อยมากสำหรับคนอย่างมารีย์ที่จะพักสงบในองค์พระผู้เป็นเจ้า

นั่งลงที่แทบพระบาทของพระเยซูคริสต์ ฟังเสียงพระทัยของพระองค์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์

ซาบซึ้งในพระวจนะคำแห่งพระดำรัสทั้งสิ้นของพระองค์

สรรเสริญ นมัสการ และอธิษฐานด้วยสุดใจเหมือนอย่างมารีย์

 

พระคัมภีร์กล่าวว่า “จงพักสงบในองค์พระผู้เป็นเจ้า”

เศฟันยาห์ 1:7; จงนิ่งสงบอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพราะว่าวันแห่งพระเจ้ามาใกล้แล้ว พระเจ้าทรงเตรียมเครื่องบูชา และทรงกระทำแขกของพระองค์ให้บริสุทธิ์

 

ยิ่งวันเวลาขององค์พระผู้เป็นเจ้าใกล้เข้ามามากเท่าใด การเตรียมชีวิตเป็นเครื่องบูชา และการยอมจำนนให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาล้างชำระเราให้บริสุทธิ์ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญจำเพาะพระพักตร์พระเจ้ามากเท่านั้น

เราต้องให้เวลากับพระเจ้ามากขึ้น

และเราควรจะต้องปรับตารางเวลาของเราให้พระเจ้ามีเวลาเพียงพอที่จะสร้างชีวิตของเราขึ้นในมิติที่เกินความเข้าใจ ในมิติฝ่ายวิญญาณ

เพราะเราทั้งหลายเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่พระเยซูทรงซื้อไว้ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง

 

มาร์ธามักจะออกคำสั่งกับพระเจ้า…เช่นเดียวกับที่มาร์ธาบอกพระเยซูว่ามารีย์ควรจะทำอะไร หรือไม่ควรจะทำอะไร

แต่มารีย์จะรอคอยพระองค์ แม้บางครั้งจะรู้สึกฟ้องผิดเมื่อถูกมาร์ธาตำหนิ

เพราะดูเหมือนมารีย์จะวิ่งลุกลี้ลุกลนจนทำให้เร่งเร้าและใบหน้าของเธอร้อนเป็นไฟ

เธอเดือดดาลในสิ่งที่ไม่ได้เป็นน้ำพระทัยสูงสุดขององค์พระผู้เป็นเจ้า

เธอกระวนกระวาย แทนที่จะไว้วางใจพระเจ้า

แต่ไม่ใช่ มารีย์ ที่หัวใจของเธอนั้นเต็มเปี่ยมด้วยไฟอันลุกโชนเพื่อพระเจ้า

และเธอวางใจในพระหัตถ์ของพระเจ้า ในฤทธานุภาพสูงสุดของพระองค์

แทนที่จะวางใจในกำลังของเธอเอง

 

เราต้องการบ้านที่มีบรรยากาศเหมือนกับมารีย์ ครอบครัวของเราต้องการการพักสงบในองค์พระผู้เป็นเจ้า ฟังพระทัยของพระองค์ และรอคอยพระองค์ด้วยใจมุ่งมั่นและจดจ่อ

 

เรารู้ว่าเมื่อเวลาขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึง

เมื่อคำตอบแห่งคำอธิษฐานมาถึง

เมื่อการทะลุทะลวงของพระเจ้ามาถึง

ทุกสิ่งที่ใจเราแสวงหานั้นจะได้รับพระพรอย่างล้นไหล เพราะเวลาแห่งความโปรดปรานของพระเจ้ามาถึงแล้ว

 

เราควรทำบ้านของเราให้เป็นสวรรค์ สวรรค์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขนิจนิรันดร์

 

ใจของเราก็คือบ้าน บ้านของเราก็คือใจ

ใจที่พักสงบ คือบ้านที่อบอุ่น มั่นคง และปลอดภัย

 

สิ่งที่มาร์ธาต้องเข้าใจตั้งแต่วันนี้ก็คือว่า “เวลาแห่งความชื่นบานและเต็มอิ่มในชีวิตนี้คือเวลาแห่งการทรงสถิตย์อยู่ของพระเจ้าอย่างเต็มล้น”

 

และการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์เพื่อเรานั้นจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ขอให้เราจะมีน้ำมันเต็มล้นในตะเกียง รอคอยองค์เจ้าบ่าวแห่งวิญญาณจิตอยู่เสมอ

 

บทความโดย ทีมคริสตจักรสตูล

 

—-

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

Twitch 👉 https://www.twitch.tv/satunaog

Tiktok👉 https://www.tiktok.com/@satunaog
Instagram 👉https://www.instagram.com/satunaog/

—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!