ใกล้ชิดสนิทสนม & มั่นคงปลอดภัย | ในฐานะเจ้าสาวของพระคริสต์ | SAOG PODCAST ENDTIMES |
ใกล้ชิดสนิทสนม & มั่นคงปลอดภัย ในฐานะเจ้าสาวของพระคริสต์
เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา เราจะยิ่งสนิทสนมและมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งกว่าเดิม
ในอิสราเอลสมัยโบราณ ตามธรรมเนียมนั้น เจ้าสาวจะไม่มีทางรู้ว่าเจ้าบ่าวของเธอจะมารับเธอไปอยู่ที่บ้านของเขาอย่างถาวรเมื่อใด และเจ้าบ่าวเองก็ไม่มีทางรู้ด้วย เพราะมีแต่พ่อของเจ้าบ่าวเท่านั้นที่เป็นผู้รู้เวลาที่เหมาะสม
เวลาที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่ว่าเจ้าบ่าวจะเตรียมงานในรายละเอียดต่างๆ ได้สำเร็จครบถ้วนเมื่อใด เพราะการจัดเตรียมงานแต่งงานนั้นจะต้องเสร็จสมบูรณ์ในทุกรายละเอียด เรือนหอของคู่บ่าวสาวสำหรับวันวิวาห์จะต้องเตรียมไว้ให้พร้อม ซึ่งมีเพียงพ่อของเจ้าบ่าวเท่านั้นที่จะสรุปว่างานจัดเตรียมนี้จะเสร็จสิ้นเมื่อใด
เมื่อพระเยซูตรัสถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์นั้น พระองค์ได้ยกตัวอย่างถึงงานธรรมเนียมแต่งงานนี้
แต่วันนั้นโมงนั้นไม่มีใครรู้ ถึงบรรดาทูตสวรรค์ในสวรรค์หรือพระบุตรก็ไม่รู้ รู้แต่พระบิดาองค์เดียว
จงเฝ้าระวังและอธิษฐานอยู่ เพราะท่านไม่รู้ว่าเวลาวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร —- มาระโก 13:32-33
ในอิสราเอล เจ้าบ่าวมักจะมารับเจ้าสาวในช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืน เสียงโชฟาร์ หรือเสียงแตรที่เป่าดังขึ้นเป็นสัญญาณให้เจ้าบ่าวเดินขบวนมารับเจ้าสาว ขบวนแห่ของเจ้าบ่าวจะเดินไปตามถนนเพื่อป่าวประกาศและตะโกนโห่ร้องเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการรับตัวเจ้าสาวที่บ้านพ่อแม่ของเจ้าสาว ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สว่างไสว ขบวนพาเหรดของเจ้าบ่าวจะเดินไปตามถนนป่าวร้องเฉลิมฉลองด้วยเสียงดังไปทั่วบริเวณ
ในระหว่างนั้น เมื่อเจ้าสาวได้รับทราบข่าวว่าเจ้าบ่าวกำลังเดินทางใกล้จะมาถึง ซึ่งมีเรื่องราวอธิบายไว้ในคำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีที่ฉลาดและหญิงพรหมจารีที่โง่เขลา
ในเวลาเที่ยงคืนก็ได้ยินเสียงร้องว่า “ดูเถิด เจ้าบ่าวกำลังมา จงออกไปพบพระองค์เถิด!”—มัทธิว 25:6
ในขณะนั้นสมาชิกทุกคนในครอบครัวของเจ้าสาวก็พร้อมแล้ว มีตะเกียงที่ถูกจุดไว้ และเจ้าสาวจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นในการเตรียมเธอให้พร้อม
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ ในหลายๆ ส่วน ได้บรรยายถึงการเสด็จกลับมาของพระเยซูว่าพระองค์จะมาอย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึง แต่เมื่อเจ้าสาวได้ยินว่าเจ้าบ่าวกำลังจะมา การตอบสนองที่เหมาะสมเพียงสิ่งเดียวของเจ้าสาวคือการเตรียมตัวของเธอเองให้พร้อมอย่างเร่งด่วน
การจัดงานแต่งงานในสมัยศตวรรษแรกนั้น ขบวนแห่จะมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเจ้าบ่าวพร้อมๆ กับนักดนตรี นักร้อง นักเต้น เพื่อนฝูง ครอบครัว และเพื่อนๆ ของเจ้าสาว (ดูในเยเรมีย์ บทที่ 33:11) เมื่อพวกเขามาถึง เจ้าบ่าวก็จะตรวจดูว่าภายใต้ผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวนั้นเป็นเจ้าสาวที่ใช่ของเขาหรือไม่ เธอจะสวมชุดที่วิจิตรงดงาม และประดับด้วยเครื่องประดับชั้นดี เธอจะเตรียมอย่างสระสวย และเธอรู้ชัดเจนว่าเธอเป็นที่รักของเจ้าบ่าว
ทั้งความใกล้ชิดสนิทสนมและความมั่นคงปลอดภัยจะยิ่งทวีขึ้น
การแต่งงานของชาวยิวโบราณนั้นเปรียบได้ดั่งเงาของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อพระเยซู องค์เจ้าบ่าวจากฟ้าสวรรค์ของเราจะเสด็จกลับมาหาเจ้าสาวผู้เป็นที่รักคือคริสตจักรของพระองค์ พระเจ้าพระบิดาจะทรงประทานสัญญาณ และพระเยซูจะทรงปรากฎพระองค์เพื่อรวบรวมบรรดาเจ้าสาวของพระองค์จากสุดปลายแผ่นดินโลก เราจะได้ยินเสียงโห่ร้องและเสียงแตรดังขึ้น พร้อมทั้งแสงสว่างที่จะแยกผืนฟ้าทั้งหมด
เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น สำหรับผู้ที่ได้เตรียมพร้อมแล้วนั้น เราจะต้อนรับการเสด็จกลับมาของพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง
แต่จะมีบางคนที่ถูกทิ้งไว้ เพราะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะเตรียมตัวเองให้พร้อม
ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยเสียงกู่ก้อง ด้วยสำเนียงของเทพบดี และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน 17; หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่และเหลืออยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ 18; เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันและกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด —1เธสะโลนิกา 4:16-18
วันนี้ หากคุณเป็นผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ คุณจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าคุณคือเจ้าสาวของพระองค์ และคุณอาจรู้ลึกซึ้งภายในหัวใจของคุณด้วยซ้ำ แต่จนกว่าเจ้าบ่าวจะเสด็จมานั้น เจ้าสาวไม่มีทางรับรู้ได้ถึงความสุขเปรมปรีดิ์ทั้งหมดที่มาจากการได้ร่วมส่วนใกล้ชิดสนิทสนมเป็นหนึ่งเดียวกับผู้นั้นที่เธอรัก พระเจ้าทรงมีกำหนดการของตอนจบ และกำหนดของพระองค์นั้นเต็มเปี่ยมด้วยความรักนิรันดร์เพื่อเรามาเสมอ
ดังนั้น ในฐานะเจ้าสาวของพระคริสต์ คุณจะค้นพบประสบการณ์เช่นไรเมื่อได้เห็นเจ้าบ่าวชัดเจนหน้าต่อหน้าในการถูกรับขึ้นไปที่จะมาถึง? คุณจะสัมผัสความรู้สึกของอารมณ์ที่หลากหลาย และจิตใจของคุณจะปลุกเร้าไปด้วยภาพและเสียงที่อลังการเพียงใด? แต่จะมีความรู้สึกที่ชัดแจ้งอย่างมากในฐานะเจ้าสาวเมื่อได้พบองค์พระเยซูคริสต์ เจ้าบ่าวแห่งวิญญาณจิต นั่นก็คือ ความใกล้ชิดสนิทสนม และความมั่นคงปลอดภัยอย่างถึงที่สุด
ในฐานะผู้เชื่อ คุณคงได้สัมผัสประสบการณ์เหล่านี้บางแล้วในขณะนี้ แต่เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมานั้น ประสบการณ์ทั้งหมดจะเป็นจริงเป็นจังเด่นชัดสำหรับคุณมากยิ่งกว่าที่คุณเคยได้รับหรือสัมผัสมาก่อนในโลกนี้ ในขณะที่ผู้คนที่ถูกทิ้งไว้ในโลกจะต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบากครั้งยิ่งใหญ่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แต่เราทั้งหลายจะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงมงคลสมรสของพระเมษโปดก และได้สมรสกับพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา เราจะได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ด้วยความรักที่ชัดแจ้งเมื่อพระองค์ตรัสว่า
… “ที่รักของฉันเอ๋ย เธอจงลุกขึ้นเถอะ คนสวยงามของฉันเอ๋ย จงมาเถิด” —เพลงซาโลมอน 2:10
ความใกล้ชิดอันเป็นนิรันดร์
บางครั้งเราต้องได้รับการย้ำเตือนว่าพระเจ้าทรงเป็นตรีเอกานุภาพนิรันดร์ ซึ่งมาในสภาพของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าทรงเป็นบุคคลานุภาพของสามสภาพที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวในความรักแห่งการเต้นรำที่ดำเนินอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เราจะไม่มีวันเข้าใจความรักนั้นได้อย่างถ่องแท้เพราะมันอยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ พระเจ้าทรงมีความใกล้ชิดภายในพระองค์ซึ่งลึกซึ้งยิ่งกว่าความสัมพันธ์ใดๆ ของมนุษย์ พระเจ้าทรงมีความสมบูรณ์ครบถ้วนภายในพระองค์เอง พระองค์ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีเรา แต่พระองค์ได้ทรงสร้างเรา และพระองค์ได้ทรงรักเรา พระองค์ทำทั้งหมดนี้ก็เพราะพระองค์ทรงเป็นความรัก
พระเจ้าทรงดำรงอยู่เพื่อจะรัก และความรักมีจุดมุ่งหมายที่จะแผ่ขยายออกไปเสมอ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์โดยไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากเพื่อจะรักมนุษย์และเพื่อให้มนุษย์ที่จะรักพระองค์ เราจึงเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่เหมาะสมที่จะใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้าในพระทัยอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ พระองค์ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีเรา แต่พระองค์ทรงปรารถนาที่จะมีเรายิ่งนัก ในอีกนัยยะหนึ่งคือ ไม่ควรที่พระองค์จะอยู่เพียงลำพัง เช่นเดียวกับที่ไม่ควรที่ชายอย่างอาดัมจะอยู่คนเดียว
ดังนั้น พระเจ้าผู้ทรงเป็นพระวิญญาณจึงได้เสด็จไปเหนือมิติฝ่ายวิญญาณ เพื่อจะสร้างมิติฝ่ายกายภาพขึ้นมา ในมิตินั้น พระองค์ทรงสร้างผู้คนขึ้น เพื่อที่พระองค์จะได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับพวกเขา พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตที่เป็นเหมือนพระองค์ ในพระฉายของพระองค์ ในพระลักษณะของพระองค์ เพื่อที่พระองค์จะได้เป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งมีชีวิตเช่นนั้น พระองค์ทรงต้องการจะผลิตความรักของพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านทางมนุษย์ พระองค์จึงได้ทรงระบายลมปราณแห่งพระวิญญาณของพระองค์ลงบนอาดัม และมนุษย์คนแรกของโลกจึงถือกำเนิดขึ้นจากลมหายใจของพระเจ้าพระองค์เอง
พระองค์ทรงสร้างคุณตามพระฉายาของพระองค์เพื่อเป็นตัวแทนและเป็นสิ่งสะท้อนถึงพระองค์ พระองค์ทรงต้องการจะรู้จักคุณอย่างใกล้ชิดก่อนที่คุณจะถือกำเนิดขึ้นในครรภ์มารดาเสียด้วยซ้ำ พระองค์ทรงรักคุณ และทรงต้องการที่จะให้คุณสำแดงความรักนั้นกลับคืนสู่พระองค์
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระวาทะของพระเจ้าในการทรงสร้าง พระองค์ทรงอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรกเริ่ม พระองค์ทรงเรียกมนุษย์ทุกคน รวมทั้งคุณด้วยให้เป็นเจ้าสาวนิรันดร์ของพระองค์ พระคริสต์ทรงประสงค์ที่จะเดินไปกับเรา พูดคุยไปกับเรา และมีชีวิตอยู่กับเราตลอดไปนิตย์นิรันดร์ เราถูกสร้างขึ้นเพื่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดสนิทสนมกับพระองค์ เพื่อเราจะได้รู้จักและรักพระองค์ในความบริบูรณ์ของพระองค์ พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราได้เติบโตขึ้นในความใกล้ชิดสนิทสนมกับพระองค์อยู่เสมอ
ในฐานะที่ผมเป็นผู้ก่อตั้งพันธกิจด้านการแต่งงาน ผมใช้เวลามากมายในการใคร่ครวญและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน ผมชอบที่พระเจ้าได้ทรงประทานการแต่งงานให้แก่มนุษย์ นี่เป็นหนึ่งในของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรามีในฐานะมนุษย์ การแต่งงานในโลกนี้เป็นเรื่องที่พิเศษเพราะมันเป็นเงาถึงการแต่งงานในอนาคตที่เราจะมีกับพระเยซู องค์เจ้าบ่าวของเรา พระองค์ได้ทรงละทิ้งพระเจ้าพระบิดา และพระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อลงมารวมเป็นหนึ่งกับบรรดามนุษยชาติ เพื่อที่วันหนึ่งพระองค์จะได้ “เป็นเนื้อเดียวกัน” กับพวกเราทุกคน (ดูใน 1 โครินธ์ 6:17) และเมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้งนั้น พระองค์จะเรารับเราทั้งหลายในฐานะเจ้าสาวของพระองค์ไปเป็นของพระองค์อย่างสมบูรณ์และชั่วนิรันดร์ แท้จริงมันได้เริ่มต้นแล้วตั้งแต่ตอนนี้ แต่จะสำเร็จเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ในวันที่พระเยซูเสด็จมารับเราทุกคน
เท่าที่ผมได้ซาบซึ้งในชีวิตแต่งงานของผมกับแคเรนอย่างไร ผมก็เข้าใจดีว่าการแต่งงานในโลกเป็นเพียงเงาของการแต่งงานที่แท้จริงที่เราจะมีกับพระเยซู เราไม่ควรมองการแต่งงานของมนุษย์แล้วพูดว่า “การแต่งงานของเรากับพระเยซูจะเป็นเหมือนอย่างนั้น” แต่แท้จริง เราควรมองการแต่งงานของเราให้เห็นถึงพระเยซู องค์เจ้าบ่าวของเรา และเลียนแบบรูปแบบชีวิตแต่งงานของเราให้เหมือนกับการแต่งงานบนสวรรค์นั้น
ความมั่นคงปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
ในสวนเอเดน พระเจ้าทรงสร้างเอวาและได้มอบเธอให้กับอาดัม ในวันหนึ่งเมื่อพระเยซูเสด็จมานั้น พระเจ้าจะรวมเราทุกคน และรวบรวมบรรดาผู้เชื่อทั้งหมดในฐานะคริสตจักรเพื่อมอบให้กับองค์เจ้าบ่าวนิตย์นิรันดร์ พระเจ้าทรงสร้างคุณมาเพื่อการนี้ คุณถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสนิทสนมในพระเจ้าเจ้าของจักรวาล ดังนั้นจะมีสิ่งใดเป็นเหตุให้เรารู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจในความสัมพันธ์ของเรากับพระเยซูคริสต์อีกหรือ?
คำตอบเดียวนั้นคือ ความบาป
ความบาปสามารถนิยามถึงการพลาดจากพระประสงค์หรือมาตรฐานที่พระเจ้าทรงมีไว้สำหรับคุณ หากพระเจ้าทรงสร้างคุณเพื่อที่จะมีความสัมพันธ์ที่น่ารักกับพระองค์ ดังนั้น ความบาปก็คือสิ่งใดก็ตามที่ทำลายความสัมพันธ์นั้น ในวันแห่งการถูกรับขึ้นไปหรือ Rapture ความบาปจะไม่มีพื้นที่ใดเหลือในชีวิตของคุณอีกต่อไป แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือตัวคุณและองค์เจ้าบ่าวของคุณเท่านั้น
ลองคิดถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์ทั้งสิ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ฉันท์หนุ่มสาว คุณเคยรู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจกับความสัมพันธ์โรแมนติกใดๆ บ้างไหม? เชื่อว่าเราเกือบทั้งหมดจะเคยรู้สึกมาบ้าง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? บ่อยครั้งก็เพราะมีบางคนได้ทำลายความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมได้ทำงานในการเสริมสร้างและฟื้นฟูความสัมพันธ์ในชีวิตแต่งงานมาหลายสิบปี และผมมักจะเซอร์ไพรส์เสมอๆ เมื่อสามีภรรยาต่างพูดทำนองว่า “ฉันไม่รู้ว่าทำไมสามี หรือ ภรรยาของฉันถึงต้องการที่จะหย่า เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
และเมื่อผมได้สำรวจตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคู่สามีภรรยาคนนั้น ผมก็ค้นพบว่าพวกเขาได้ต่างละเลยคู่สมรสของตนเองในบางแง่มุม หรือส่วนใหญ่มักจะเลือกสิ่งอื่นๆ ให้มีความสำคัญเหนือคู่สมรสของตนเอง คุณเห็นไหม ความบาปไม่ใช่การกระทำเลวร้ายที่เรามักทำ แต่บ่อยครั้ง มันคือการที่เราเลือกบางสิ่งให้สำคัญยิ่งกว่าความสัมพันธ์สนิทสนมกับพระเยซู
ผมได้เล่าเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นสมัยผมแต่งงานใหม่ๆ ผมได้เลือกการใช้เวลาเล่นกอล์ฟ แทนที่จะใช้เวลากับภรรยาของผมและครอบครัวของเรา ซึ่งมันเกือบทำให้ชีวิตสมรสของผมพังพินาศ มันมีอะไรผิดบาปไหมกับการเล่นกอล์ฟ? จริงๆ แล้วไม่เลย แต่ว่ามันมีบางสิ่งที่ผิดมากๆ เมื่อเราเลือกกอล์ฟให้อยู่เหนือคู่สมรสของเรา หรือ เลือกสิ่งอื่นใดให้ยิ่งใหญ่กว่าคู่สมรส ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม
คุณทำลายความสัมพันธ์สนิทของคุณกับพระเยซู เมื่อคุณเลือกสิ่งอื่นให้สำคัญยิ่งกว่าพระองค์ พระคัมภีร์ไบเบิ้ลเรียกสิ่งนี้ว่า “การล่วงประเวณี” พระเจ้าได้ประทานความปรารถนาแห่งจิตใจให้กับหัวใจของคุณ แต่คุณจะต้องแสวงหาพระเจ้าก่อนสิ่งอื่นใด (ดูใน มัทธิว 6:33) หากคุณเลือกที่จะเดินออกไปจากความรักของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ ไม่แปลกใจเลยที่คุณจะรู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจ ในความสัมพันธ์กับพระองค์ ไม่มีใครจะปกป้องและจัดเตรียมให้กับคุณได้ แท้จริงแล้ว หากคุณเดินหนีออกไปจากพระองค์ คุณได้เปิดประตูบานใหญ่ให้ศัตรูเข้ามาโจมตีชีวิตของคุณ
หากคุณต้องการความมั่นคงในจิตใจ คุณจะต้องอยู่ใกล้ชิดพระเยซูเข้าไว้
ผมมั่นคงในความสัมพันธ์ของผมกับพระเยซูคริสต์ แต่ผมก็รู้ว่าผมจะรู้สึกถึงความมั่นคงในจิตใจอย่างเต็มร้อยก็ต่อเมื่อผมได้เพ่งมองที่พระพักตร์ของพระองค์ ใช่ คุณสามารถที่จะมีความมั่นคงในจิตใจได้ตั้งแต่ขณะนี้ แต่จะเจือจางเมื่อเทียบกับความมั่นคงเที่ยงแท้ในพระเยซูเมื่อคุณอยู่ในการทรงสถิตย์ของพระองค์ ความรักของพระองค์นั้นไร้เงื่อนไข
หากคุณเดินหนีไปจากพระองค์ พระองค์จะทรงยืนรอคุณอยู่เสมอ และในวันที่พระองค์เสด็จกลับมานั้น จะไม่มีอะไรขัดขวางระหว่างความสัมพันธ์ของคุณกับพระเยซูองค์เจ้าบ่าวแห่งวิญญาณจิตของคุณได้อีกต่อไป
แปลและเรียบเรียงจาก บทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์
—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง
Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!

ใส่ความเห็น