วิธีสังเกตหมาป่า

สัญญาณ 3 ประการของผู้สอนเท็จ

เมื่อหมาป่ามองดูแกะ มันเห็นอะไร? คำตอบคือ อาหาร แรงจูงใจของมันในการใกล้ชิดกับแกะไม่ใช่การดูแลความต้องการของฝูงแกะหรือปกป้องฝูงแกะจากอันตราย แต่แรงจูงใจของหมาป่าคือการกินฝูงแกะ แต่เพื่อที่จะเข้าใกล้ฝูงแกะได้นั้น หมาป่าจึงใช้วิธีหลอกลวงเพื่อป้องกันไม่ให้แกะสังเกตเห็นอันตรายของมันก่อนที่มันจะบรรลุเป้าหมาย

 

นั่นเป็นเหตุผลที่อัครทูตเปาโลเรียกผู้สอนเท็จในคริสตจักรว่า “หมาป่าดุร้าย” ที่ไม่ละเว้นฝูงแกะไว้ (กิจการ 20:29) ซึ่งเป็นคำอุปมาที่เขาดัดแปลงมาจากพระเยซู ผู้ซึ่งกล่าวถึงผู้เผยพระวจนะเท็จว่าเป็นผู้นำ “ที่มาหาคุณในชุดเหมือนแกะ แต่ข้างในเป็นหมาป่าดุร้าย” (มัทธิว 7:15) สิ่งที่ทำให้ผู้นำเหล่านี้เป็นผู้นำเทียมเท็จไม่ใช่แค่พวกเขาสอนหลักคำสอนที่ผสมความเทียมเท็จเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายแรงจูงใจที่ผิดอีกด้วย เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่ “ความรักที่มาจากใจบริสุทธิ์และมโนธรรมที่ดีและความเชื่อที่จริงใจ” (1 ทิโมธี 1:5) แต่เป็นอย่างอื่น มันเป็นเป้าหมายที่พวกเขาซ่อนไว้จากฝูงแกะ เป้าหมายที่ทำให้พวกเขามองว่าฝูงแกะเป็นวิธีการสนองความอยากฝ่ายเนื้อหนังบางอย่างที่ไร้ศีลธรรมฝ่ายวิญญาณ

 

พระเยซูตรัสคำอุปมาอุปไมยเปรียบดั่งต้นไม้ไว้ว่า “ท่านจะรู้จักต้นไม้ได้ด้วยผลของมัน” (มัทธิว 7:16) และอัครทูตเปาโลพยายามช่วยฝูงแกะให้สังเกตเห็น “ผล” แห่งชีวิต ของ “หมาป่า” ซึ่งปลอมตัวและแทรกซึมอยู่ในฝูงแกะ ลองดูผล 3 ประการเหล่านี้ตามที่อัครทูตเปาโลอธิบายไว้ใน 2 ทิโมธี 3 ซึ่งอัครทูตเปาโลเปิดเผย “ศัตรูตัวนี้” ให้ทิโมธีเฝ้าระวังไว้ว่าจะพบเจอได้ในงานรับใช้ของทิโมธี (2 ทิโมธี 2:24–26)

 

 

ปลอมตัวว่ารักพระเจ้ามาก

ลักษณะแรกของผู้นำที่เป็นหมาป่าที่อัครทูตเปาโลบรรยายไว้ก็คือคนที่ “[มี] ลักษณะภายนอกดูเหมือนคนของพระเจ้า แต่ [ปฏิเสธ] ฤทธิ์อำนาจแห่งความบริสุทธิ์เลิศของทางนั้น” (2 ทิโมธี 3:5)

 

1แต่จงเข้าใจข้อนี้คือ วาระสุดท้ายนั้นจะเป็นเวลาที่น่ากลัว 2 เพราะผู้คนจะเห็นแก่ตัว รักเงินทอง โอ้อวด หยิ่งยโส ชอบดูหมิ่น ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ อกตัญญู ชั่วร้าย 3 ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี 4 ทรยศ มุทะลุ โอหัง รักความสนุกมากกว่ารักพระเจ้า 5 ยึดถือทางพระเจ้าแต่เพียงเปลือกนอก แต่ปฏิเสธฤทธิ์เดชของทางนั้น จงอย่าเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น (2 ทิโมธี 3:1–5)

สรุปง่ายๆ ก็คือ

  • จุดมุ่งหมายสไตล์ผู้นำหมาป่า : คือ การทำตามใจตนเอง (ทำตามสัญชาตญาณของเนื้อหนัง)
  • เสื้อผ้าที่เหมือนแกะของพวกเขา: คือ “ภาพลักษณ์ของคนที่รักพระเจ้า”
  • ผลที่เป็นที่รู้จักของพวกเขา: คือ การขาดจากชีวิตในฝ่ายจิตวิญญาณที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และแสดงออกถึงผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ซึ่งเป็นการ ปฏิเสธฤทธิ์อำนาจแห่งความบริสุทธิ์เลิศของทางนั้น )

 

“หมาป่าสามารถซ่อนแรงจูงใจจากแกะได้เก่งมาก”

อ่านมาถึงตอนนี้จะพบว่านี่เป็นลักษณะของผู้นำที่เห็นแก่ตัว แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง คุณอาจจะมองว่าเรื่องเหล่านี้สามารถสังเกตได้โดยง่าย แต่บ่อยครั้งก็ไม่ง่ายเลย เพราะหมาป่าจะมีความสามารถพิเศษในการปกปิดแรงจูงใจของตนจากแกะได้อย่างเก่งและแนบเนียนมาก

พวกผู้นำหมาป่าเหล่านี้ก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้นำเพราะการปลอมตัวเป็น “เหมือนคนที่รักพระเจ้า” ทำให้ผู้คนเชื่อถือได้ในตอนแรก แต่แล้วอิทธิพลของพวกเขาก็เริ่มส่งผลให้สุขภาพฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรตกต่ำลง

 

ผู้นำคนหนึ่งที่ฉันทำงานด้วยเมื่อสองสามทศวรรษก่อนอยู่ในตำแหน่งศิษยาภิบาลหลายปีก่อนที่เขาจะถูกเปิดโปง ฉันจำได้ว่าข้างในวิญญาณรู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดใจขึ้นเรื่อยๆ เวลาอยู่ใกล้ๆเขา ก่อนที่ฉันจะเห็นหลักฐานที่ชัดเจน มันยากที่จะตัดสินว่าอะไรผิด แต่มีบางอย่างที่ดูเหมือนผิด และไม่ใช่เฉพาะกับฉันเท่านั้น ความถูกต้องทางฝ่ายวิญญาณเริ่มลดถอยลง คำสอนและแบบอย่างชีวิตของเขาเริ่มขาดพลัง จากนั้นการปลอมตัวของเขาก็เริ่มหลุดลอย และผู้นำที่รู้จักสังเกตวิญญาณคนอื่นๆ ก็เริ่มกดดันจนกระทั่งความลับที่เห็นแก่ตัวและผิดศีลธรรมของเขาก็ถูกเปิดเผยออกมาให้เห็นอย่างชัดแจ้ง

 

ฉันไม่ได้หมายความว่าเสียงเตือนข้างในวิญญาณที่รู้สึกถึงความไม่สบายใจและอึดอัดใจทุกอย่างของเรานั้นถูกต้อง “ผล”จะปรากฏนั้นต้องใช้เวลาพิสูจน์ ดังนั้นให้ระวังลักษณะชีวิตเช่นนี้ เฝ้าดูการใช้ “พระคุณ” อย่างประนีประนอมและการเดินตามอย่างโลกและการตามใจตนเอง ดูวิธีที่ผู้นำเหล่านี้จัดการกับเงิน สังเกตสัญญาณเล็กน้อยของความหละหลวมเกี่ยวกับจริยธรรมทางเพศ สังเกตความไม่สบายใจของคนอื่นๆ เกี่ยวกับผู้นำ คอยดูการพยายามปกป้องตนเองของพวกเขา ดูความถ่อมตัวถ่อมใจ ดูความเอื้ออาทร และดูว่าเมื่อถูกท้าทายนั้นเขาจะขาดความโปร่งใสหรือไม่ และดูว่ามีสัญญาณของการบีบบังคับควบคุม ใช้สิทธิอำนาจแบบผิดๆ ซึ่งก่อให้เกิดความกลัวท่ามกลางผู้นำคริสเตียนคนอื่นๆ หรือไม่ นั่นเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากหมาป่ามักจะดูเหมือนรักพระเจ้าแต่การรักคนอื่นรอบตัวนั้นแย่มากๆ

 

 

ความจริงที่ตรงกันข้าม

คุณลักษณะอีกอย่างของผู้นำที่ดุร้ายเหมือนหมาป่าก็คือคนที่ “ต่อต้านความจริง” (2 ทิโมธี 3:8) นี่คือสิ่งที่เราจะได้เห็นจากหมาป่า เนื่องจากพวกมันเป็นผู้สอนเท็จ และอีกครั้ง เราอาจคิดว่าสามารถสังเกตได้ง่ายในทันที แต่บ่อยครั้งกลับไม่ง่ายนัก อิทธิพลของพวกเขา อย่างน้อยก็ในตอนแรก มักจะเคลือบแฝง มีเล่ห์เหลี่ยมและคลุมเครือมากกว่าที่เราคาดหวังไว้ อัครทูตเปาโลอธิบายพวกเขาดังนี้:

 

6 เพราะในพวกนั้นมีบางคนที่แอบไปตามบ้าน แล้วครอบงำบรรดาผู้หญิงเบาปัญญาที่หนาด้วยบาปและหลงใหลไปตามตัณหาต่างๆ 7 หญิงพวกนี้ร่ำเรียนอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถเข้าใจหลักความจริงได้เลย 8 ยันเนสกับยัมเบรส์เคยต่อต้านโมเสสอย่างไร คนพวกนี้ก็ต่อต้านความจริงอย่างนั้น จิตใจของเขาเสื่อมทรามและปราศจากความเชื่อที่แท้จริง 9 แต่เขาจะไปได้ไม่ไกล เพราะความโง่ของพวกเขาจะปรากฏต่อทุกคนเช่นเดียวกับความโง่ของชายสองคนนั้น (2 ทิโมธี 3:6–9)

 

วิธีหนึ่งในการสังเกตผู้นำดังกล่าวคือ:

 

  • จุดมุ่งหมายสไตล์หมาป่าของพวกเขา: คือ การยกย่องตนเอง โปรโมทตัวเอง (ด้วยความทะเยอทะยานฝ่ายเนื้อหนังอย่างเห็นแก่ตัว)
  • เสื้อผ้าที่เหมือนแกะของพวกเขา: คือ ภาพลักษณ์ของฤทธิ์เดชฝ่ายวิญญาณ หรือความรู้ด้านศาสนศาสตร์
  • ผลที่เป็นที่รู้จักของพวกเขา: คือ การชักใยผู้คนที่อ่อนแอ การปรากฏตัวที่น่าประทับใจของฤทธิ์เดชฝ่ายวิญญาณพร้อมกับการสนับสนุนหลักคำสอนที่ลดทอนความจริงแท้ของพระกิตติคุณ รวมถึงการต่อต้านผู้นำฝ่ายวิญญาณที่เป็นคนของพระเจ้าอย่างแท้จริง

แม้ว่าอัครทูตเปาโลจะไม่จำเป็นต้องบรรยายถึงความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ของผู้นำหมาป่าในข้อเหล่านี้ แต่บ่อยครั้งที่ผู้นำเหล่านี้มักทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ และต่อมาก็กลายเป็นฝ่ายต่อต้านคนของพระเจ้าที่แท้จริงอย่างเปิดเผยมากขึ้น เมื่อพวกเขารวบรวมฝูงชนที่มีอิทธิพลจำนวนมากเข้าไว้ด้วยกัน

 

ผู้นำที่ น่าขนลุก

ผู้สอนเท็จมักจะเข้ามาแทรกซึมอย่างแนบเนียน เมื่ออัครทูตเปาโลกล่าวว่าพวกเขา “จ้องจับผู้หญิงที่อ่อนแอ” นั่นไม่ได้หมายถึงการล่อลวงผู้หญิงในทางเพศสัมพันธ์ (แม้ว่าสำหรับผู้นำบางคนได้ล่วงเกินสิ่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย) อัครทูตเปาโลหมายถึงผู้นำหมาป่าเหล่านี้เจาะจงจับผู้ที่อ่อนแอต่อการล่อลวง พูดง่ายๆ คือตั้งใจจ้องจะจับคนที่หลอกง่าย และโน้มน้าวพวกเขาว่าพวกเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งใหม่ของพระเจ้าที่กำลังจะทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังและสำคัญทางฝ่ายวิญญาณมากกว่าคำสอนของผู้นำที่สัตย์ซื่อ ถ่อมตน เป็นคนฝ่ายวิญญาณ ซึ่งเป็นคนของพระเจ้าอย่างแท้จริงกำลังสั่งสอนอยู่

 

สิ่งที่ทำให้ผู้สอนเท็จเหล่านี้น่าดึงดูดใจก็คือพวกเขาสามารถแสดงให้คนเห็นถึงหมายสำคัญและฤทธิ์เดชฝ่ายวิญญาณที่สร้างความน่าประทับใจให้กับชุมชนคริสเตียนที่พวกเขาได้คืบคลานเข้ามา ในบริบทของผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้า พวกเขาอาจดูเหมือนมีของประทานที่น่าประทับใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในขณะที่ในบริบทของผู้ศึกษาพระคัมภีร์ พวกเขาอาจดูเหมือนมีความรู้ทางศาสนศาสตร์และความรู้ทางฝ่ายจิตวิญญาณที่น่าประทับใจ ของประทานหรือความรู้เหล่านี้อาจทำให้แม้แต่ผู้นำที่เป็นคนของพระเจ้าแท้ๆ อาจสับสนในตอนแรก เนื่องจากเสื้อผ้าที่เหมือนแกะอาจดูเหมือนถูกต้องตามพระธรรมของพระเจ้า แม้ว่าบางอย่างอาจดูไม่ปกติก็ตาม

 

 

 

การแยกเขี้ยวของหมาป่า

แต่ในที่สุดหมาป่าก็เริ่มแยกเขี้ยวของมัน นั่นเป็นเหตุผลที่อัครทูตเปาโลกล่าวว่าผู้นำเหล่านี้ในคริสตจักรเป็นเหมือน “ยันเนสและยัมเบรส์” ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวฮีบรูตั้งขึ้นเพื่อเรียกพ่อมดชาวอียิปต์ผู้ซึ่งใช้พลังเวทย์มนตร์ที่น่าดึงดูดใจในการต่อต้านโมเสส (อพยพ 7:10–12) อัครทูตเปาโลเรียกพวกเขาว่า “เสื่อมทราม” เพราะคำสอนที่ผิดของพวกเขาไม่ได้มาจากความเข้าใจผิดในพระคัมภีร์อย่างจริงใจ แต่มาจากความตั้งใจที่จะใช้พระคัมภีร์เพื่อเคลื่อนหรือปกป้องภาพลักษณ์แห่งสิทธิอำนาจและความสำคัญของตัวเขาเอง เมื่อหลักคำสอนแห่งพระกิตติคุณที่แท้จริง ไม่ว่าจะสอนกันในที่สาธารณะหรือนำไปใช้เป็นการส่วนตัวเริ่มคุกคามหรือขัดขวางทุนทางสังคม หรือทางด้านการเงิน (ผลประโยชน์) ที่พวกเขาอยากได้ พวกเขาก็จะเริ่ม “ต่อต้านความจริงแท้ หรือต่อต้านการเจิมแท้ของพระเจ้า” อย่างก้าวร้าวและไร้ความปรานี และความโง่เขลาของพวกเขาจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาโจ่งแจ้งที่เห็นได้ชัด

 

จงเฝ้าระวังรูปแบบการแสวงหาตำแหน่งผู้นำในคริสตจักรที่ส่งผลแย่ต่อสุขภาพฝ่ายจิตวิญญาณ จงเฝ้าระวังลักษณะบุคลิคภาพของผู้นำที่มีสเน่ห์และมีของประทานฝ่ายวิญญาณ แต่ในอดีตได้ทิ้งบาดแผลและไม่แยแสคนจำนวนมาก จงเฝ้าระวังการกล่าวอ้างและการแสดงออกถึงพลังฝ่ายวิญญาณที่ดูสูงส่งในคริสตจักร แต่กลับกระตุ้นให้เกิดการพึ่งพาและเรียกร้องความภักดีต่อผู้นำอย่างเกินเลย (บูชาผู้นำเป็นรูปเคารพ) จงเฝ้าระวังการรวมตัวกันของสมาชิกที่รายล้อมใกล้ชิดผู้นำ แต่กลับมีสุขภาพฝ่ายวิญญาณที่อ่อนแออย่างน่าใจหาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความสงสัย ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในผู้นำที่มีการเจิมแท้ของพระเจ้า  จงเฝ้าระวังการดูถูก ตำหนิ และขัดแย้งกับผู้นำที่เป็นคนของพระเจ้า และสังเกตแรงต้านของการไม่ยอมจำนนต่อสิทธิอำนาจ หรือรับการปกคลุมฝ่ายวิญญาณ ของผู้นำหมาป่าเหล่านี้ เพราะพวกเขามักจะไม่ยอมอยู่ภายใต้ใครเลย แม้ว่าพวกเขาจะอ่อนอาวุโสในเรื่องฝ่ายวิญญาณก็ตาม

 

 

การหลีกเลี่ยงความทุกข์ยาก

ลักษณะที่สามของผู้นำหมาป่าก็คือคนที่หลีกเลี่ยง “การข่มเหงและความทุกข์ยาก” เพื่อเห็นแก่พระคริสต์และข่าวประเสริฐของพระองค์ (2 ทิโมธี 3:11) คุณลักษณะนี้เป็นนัยยะที่อัครทูตเปาโลถ่ายทอดให้กับทิโมธี

 

10 แต่ท่านก็ได้ดำเนินตามข้าพเจ้าในด้านคำสอน พฤติกรรม เป้าหมายชีวิต ความเชื่อ ความอดทน ความรัก ความทรหดอดทน 11 การถูกข่มเหง และการทนทุกข์ซึ่งเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าทั้งในเมืองอันทิโอก เมืองอิโคนียูมและเมืองลิสตรา การข่มเหงที่ข้าพเจ้าทนนั้นมากเพียงไร แต่ถึงกระนั้นก็ดี องค์พระผู้เป็นเจ้าโปรดให้ข้าพเจ้ารอดพ้นจากทุกสิ่ง 12 แท้จริงทุกคนที่ตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามทางพระเจ้าในพระเยซูคริสต์จะถูกข่มเหง 13ในขณะที่คนชั่วและคนเจ้าเล่ห์จะเลวลงกว่าเก่า อีกทั้งยังล่อลวงคนอื่นและถูกคนอื่นล่อลวงด้วย (2 ทิโมธี 3:10–13)

 

สรุปให้เห็นลักษณะของผู้นำเหล่านี้ชัดๆ ก็คือ :

 

  • จุดมุ่งหมายสไตล์หมาป่าของพวกเขา: คือ การปกป้องตนเอง
  • เครื่องแต่งกายที่เหมือนแกะของพวกเขา: คือ “การยืนยันและแสดงออกอย่างมั่นใจ” (1 ทิโมธี 1:7) และการควบคุมผู้นำคนอื่นๆ ซึ่งทำให้ดูเหมือนมีความกล้าหาญ
  • ผลที่เป็นที่รู้จักของพวกเขา: คือ หลีกเลี่ยงการเสียสละความเป็นส่วนตัวและหลีกเลี่ยงการข่มเหงในที่สาธารณะ เพื่อรักษาชื่อเสียง สถานะ ตำแหน่ง ความมั่งคั่งและความสุขสบาย (พูดง่ายๆ คือสร้างภาพ รักหน้า ไม่ต้องการยอมรับความอ่อนแอ หรือเสียหน้าให้ใคร)

 

ผู้นำที่เหมือนหมาป่าอาจแสดงภาพลักษณ์ที่ดูมั่นใจ เขาอาจหาเหตุผลเข้าข้างตนเองว่าพฤติกรรมครอบงำและชักใยเป็นลักษณะของ “ผู้นำที่เข้มแข็ง” และเขาอาจชี้ให้เห็นถึงการแสดงออกมากมายที่เขาอ้างว่าเป็น “การเสียสละ” แต่ความเชื่อมั่น ความเป็นผู้นำ และ “ความเสียสละ” ของเขาเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและตรงไปตรงมา มักจะให้ประโยชน์แก่เขามากกว่าคนที่เขากำลัง “รับใช้”

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ อัครทูตเปาโลสอนว่าการข่มเหงและการทนทุกข์ยากของท่านนั้นเป็นผลมาจากการเป็นผู้นำที่แท้จริงตามอย่างพระคริสต์ อัครทูตเปาโลไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ส่วนตัวของท่านเองเมื่อท่านกล่าวถึงการทนทุกข์ยากว่า “เขาเป็นคนปรนนิบัติของพระคริสต์หรือ ข้าพเจ้าเป็นดีกว่าพวกเขาเสียอีก (ข้าพเจ้าพูดอย่างคนบ้า) ข้าพเจ้าตรากตรำยิ่งกว่าพวกเขา ข้าพเจ้าติดคุกมากกว่าพวกเขา ข้าพเจ้าถูกโบยตีมากมาย ข้าพเจ้าหวิดตายบ่อยๆ” (2 โครินธ์ 11:23) ท่านกำลังสำแดงให้เห็นถึง “ผล” ที่แตกต่างระหว่างของแท้และของปลอม

 

“ผู้นำที่เหมือนพระคริสต์อย่างแท้จริงเกิดผลซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเสียสละเพื่อพระคริสต์และฝูงแกะของพระองค์”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา คริสเตียนต้องทนทุกข์ทรมานจากการข่มเหงและความทุกข์ทรมานไม่กี่แบบเมื่อเทียบกับที่อัครทูตเปาโลและคริสเตียนในสมัยของท่านต้องทุกข์ทน ผู้นำที่เหมือนหมาป่าจึงสามารถแทรกซึมได้แนบเนียนกว่ามาก แต่ถึงกระนั้น ผู้นำที่เหมือนพระคริสต์ที่แท้จริงก็ยังให้ผลที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเสียสละชื่อเสียง สถานะ ความมั่งคั่ง และความสะดวกสบายเพื่อพระคริสต์และฝูงแกะของพระองค์ ซึ่งตรงกันข้ามกับจุดมุ่งหมายของผู้นำที่เป็นเหมือนหมาป่าในการส่งเสริมการโปรโมทตนเอง เพิ่มพูนคุณค่าในตนเอง และการทำตามใจตนเอง จงตั้งใจเฝ้าดูและเฝ้าระวังอธิษฐานอย่างถ้วนถี่ พระเจ้าจะเปิดให้คุณเห็น

 

จงเฝ้าระวังและรู้จักสังเกตวิญญาณ

นั่นคือสิ่งที่อัครทูตเปาโลกล่าวกับผู้อาวุโสในเมืองเอเฟซัส ก่อนที่ท่านจะถูกจำคุกและอาจจะต้องยอมตายเพื่อเห็นแก่พระเยซู :

 

28 จงเฝ้าระวังทั้งตัวพวกท่านเองและฝูงแกะซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงตั้งพวกท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และให้เลี้ยงดูคริสตจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์ 29 ข้าพเจ้าทราบอยู่แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้วจะมีพวกสุนัขป่าที่ดุร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย 30 และจะมีบางคนในหมู่พวกท่านออกมาบิดเบือนความจริง เพื่อชักชวนสาวกให้หลงตามพวกเขาไป (กิจการ 20:28–30)

 

เราจะต้องเฝ้าระวังอธิษฐาน เพราะว่า “หมาป่าดุร้าย” เหล่านั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนแกะ การปรากฏตัวของพวกเขาอาจจะดูเหมือนฉลาดและอ่อนโยน – พวกเขาจะแทรกซึมเข้าไปมีบทบาทในทีมผู้รับใช้อาวุโส (อย่างเช่น ยูดาสทำในหมู่สาวก) พวกเขาจะมีลักษณะภายนอกที่ดูเหมือนคนของพระเจ้า ดูเหมือนมีของประทานฝ่ายวิญญาณที่น่าประทับใจ และแสดงออกถึงภาพลักษณ์ของความมั่นใจและความกล้าหาญอย่างมาก แกะมากมายจะพบว่าตัวเองถูกโน้มน้าวใจจนเริ่มหลง คนของพระเจ้าที่แท้จริงที่อาวุโสฝ่ายวิญญาณจะต้องตักเตือนตนเองและฝูงแกะเหล่านั้นว่าให้ระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูตรัสไว้ว่า “เจ้าจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา”

 

หากฝูงแกะเหล่านี้เชื่อฟังและเฝ้าระวังอธิษฐานอย่างตั้งใจ จะค้นพบผลแห่งชีวิตของผู้นำเหล่านี้ว่า เป็นผู้นำที่เหมือนหมาป่ากำลังล่าฝูงแกะเพื่อตอบสนองเนื้อหนังความอยากที่ไร้ศีลธรรมฝ่ายวิญญาณของตัวเอง

แปลและเรียบเรียงจาก อ.จอน บลูม

 

—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!