เรียนรู้ชีวิตจากพระธรรมวิวรณ์บทที่ 4

คุณมีชีวิตอยู่เพื่อพระสิริของพระเจ้าหรือคุณมีชีวิตอยู่เพื่อตัวคุณเอง?

 

หนังสือวิวรณ์เป็นเหมือนคลังทรัพย์ที่บรรจุความจริงมากมาย ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ และยังสามารถตอบคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติเราได้ นั่นคือ :

ฉันเกิดมาทำไม ?

มันสมเหตุสมผลแล้วที่หนังสือเล่มสุดท้ายของคัมภีร์ไบเบิลจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเน้นย้ำความจริงทั้งหมดที่เคยถูกกล่าวมาแล้วใน หนังสือพระคัมภีร์ทั้ง 65 เล่มก่อนหน้านี้ 

วิวรณ์ หมายถึง “การเปิดเผยสำแดง” ในโลกที่ปราศจากความสุข และต้องการการเปิดเผยสำแดงถึงคำตอบแห่งชีวิตที่ถูกซ่อนไว้ พระธรรมวิวรณ์จะไขปริศนานี้ให้กับคุณ :

ฉันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร? ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร? และ จุดประสงค์ของการชีวิตอยู่ของฉันคืออะไร?

  • ชีวิตในโลกนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น 

ผมได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับชายสูงอายุคนหนึ่งพูดกับนักเรียนกฎหมายหนุ่มเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของเขา “บอกฉันที ว่าคุณมีแผนอย่างไรหลังจากเรียนจบกฎหมาย”

“อืม” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าผมอยากได้งานทำกับบริษัทที่ดี และเริ่มหาเงินเพื่อใช้คืนเงินกู้นักเรียน”

“ฟังดูเข้าท่าดี แล้วไงต่อ?”

“ผมอยากแต่งงาน”

“โอเค แล้วยังไงต่อ?”

“ผมคิดว่าผมจะสร้างครอบครัว มีลูกสักคน และเฝ้ามองพวกเขา เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ จนในที่สุดเราอาจจะมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านหลังที่สอง สักหลังบนภูเขา”

“ว้าวว  แล้วยังไงต่อ?”

“ผมคิดว่า  หลังจากที่ทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง—ผมอาจเกษียณ และหวังว่าผมและภรรยาจะมีสุขภาพที่ดี และออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก”

“ยอดเยี่ยมเลย แล้วยังไงต่อ?”

“ผมคงมีหลาน และสนุกอยู่กับการเลี้ยงพวกเขา มีหลายคนบอกว่า การเลี้ยงหลานมีความสุขกว่าเลี้ยงลูกตัวเอง”

“ถูกต้อง ใช่เลย แต่..แล้วยังไงต่อล่ะ”

“ผมคงมอบมรดก ให้กับลูกๆ และหวังว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่สุขสบายเหมือนที่ผมเคยมี”

“แล้วยังไง?”

“อืมมมม……” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยักไหล่ “แล้วผมก็คงตายไป”

ชายชราจึงพูดว่า “ใช่ แล้วยังไง?”

 แล้วที่เหลืออีกชั่วนิรันดร์ล่ะ 

คนเรามักคิดว่าชีวิตนี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างและไม่เคยคิดถึงชีวิตหน้าเลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือชีวิตเริ่มต้นก่อนจะเข้าสู่ ชีวิตที่เหลืออีกนิรันดร นี่จึงเป็นเพียงการอุ่นเครื่องก่อนที่ชีวิตจริงๆ จะเริ่มต้นขึ้น

ดังนั้น การหาคำตอบว่าเหตุใดเราจึงมีชีวิตอยู่ในโลกนี้จึงสำคัญมาก เพราะถ้าเราไม่รู้คำตอบสำหรับคำถามนั้น เราก็อาจสูญเสียชีวิตนิรันดร์ไปได้อย่างง่ายๆ คุณจึงควรมุ่งเป้าไปให้ถูกต้อง 

 

  • เราถูกสร้างมาเพื่อเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า 

ทำไมเราถึงดำรงอยู่? เรามาอยู่บนโลกนี้ทำไม? ทำไมพระเจ้าถึงสร้างเรามาตั้งแต่แรก? มีการสำรวจความคิดเห็นในหมู่ชาวอเมริกันและมีคำถามว่า “จุดมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร” หกสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่าจุดประสงค์หลักของชีวิตคือความเพลิดเพลินและการเติมเต็มชีวิตส่วนตัว

ตอนนี้เราอาจคาดหวังคำตอบเช่นนั้นจากผู้ที่ไม่เชื่อ แต่เมื่อคริสเตียนถูกถามคำถามเดียวกัน ร้อยละ 50 ของผู้ที่บังเกิดใหม่แล้วในพระคริสต์ กลับตอบแบบเดียวกัน !

จริงหรือไม่? ที่นั่นคือจุดประสงค์ของชีวิตเราในฐานะผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า? เราดำรงอยู่เพียงเพื่อความเพลิดเพลินในชีวิต และความพึงพอใจในตนเองจริงหรือ? 

ไม่เลย  ความเป็นจริง ห่างไกลจากสิ่งนี้มากนัก ดังที่อัครสาวกยอห์นได้เปิดเผยต่อเราในพระธรรมวิวรณ์ บทที่ 4

ในบทที่น่าอัศจรรย์ใจนั้น ยอห์นบรรยายให้เราได้เห็นภาพในห้องโถง แห่งพระที่นั่งของพระเจ้า บนบัลลังก์ของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพในสวรรค์ ไม่มีอะไรจะบรรยายให้เห็นภาพที่ชัดเจน ไปมากกว่านี้อีกแล้ว 

โดยสรุปคือ  รอบพระที่นั่งของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่มีทูตสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ 4 องค์ และผู้อาวุโส 24 คน นั่งอยู่บนบัลลังก์ทั้ง 24

ใครคือเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ในสถานที่แห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีสูงสุดเช่นนี้ หลายคนเสนอข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา

แต่ผมขอโฟกัสในสิ่งที่ผู้อาวุโสเหล่านี้พูด เพราะผมเชื่อว่าท่านเหล่านี้ กำลังเปิดเผยให้เรารู้จริง ๆ ว่าเหตุใดเราจึงดำรงอยู่บนจุดเล็กๆ ของโลกและสวรรค์อันกว้างใหญ ในช่วงเวลาอันน่าสยดสยองนี้

“องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย

พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับพระสิริ พระเกียรติและฤทธานุภาพ

เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง

และสรรพสิ่งก็ดำรงอยู่และถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์”

—วิวรณ์ 4:11 

ในฉบับคิงเจมส์อ่านว่า “พระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวง และเป็นขึ้นตามความพอใจของพระองค์”

แล้วทำไมฉันถึงมีชีวิตอยู่? ทำไมฉันถูกสร้างขึ้น? 

คำตอบคือ. ฉันถูกสร้างขึ้นเพื่อนำสง่าราศีและความสุขมาสู่พระเจ้า พระผู้สร้างของฉัน แค่นั้นแหละ. 

แม้ว่าคุณจะถามนักปรัชญากว่าครึ่งล้านคนที่มีวุฒิการศึกษาขั้นสูงก็จะไม่ได้คำตอบที่ดีกว่านั้น

“ฉันไม่ได้อยู่เพื่อนำความรุ่งโรจน์และความสุขมาสู่ตัวฉันเอง อันที่จริง ถ้าฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อแสวงหาสิ่งเหล่านั้น ฉันจะไม่พบมันเลย” 

ดังที่เปาโลเขียนถึงทิโมธีเกี่ยวกับหญิงม่ายบางคนในชุมชน 

“แต่หญิงที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานก็ตายไปแล้วในขณะที่นางมีชีวิตอยู่” (1 ทิโมธี 5:6)

น่าแปลกที่การมีชีวิตอยู่เพื่อความสุขกลับเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจน้อยที่สุด ที่คนๆหนึ่งจะทำได้ 

มีการกล่าวกันว่าการเป็นพวกสุขนิยม หรือเข้าลัทธิ  hedonism เป็นหนทางที่ดีที่ดีที่สุด ในการพยายามฝึกฝน เพื่อเติมเต็มตัวเองด้วยความสุข โดยเชื่อว่าความสุขสบายหรือความเพลิดเพลินเป็นยอดปรารถนาสูงสุด  แต่ถ้าคุณเคยออกไปใช้ชีวิตเพียงเพื่อความสุขคุณก็รู้ดีว่ามันไม่เคยเติมเต็มคุณได้จริง 

  • ศัตรูที่ดักซุ่มทำร้ายคุณอยู่

ผมกำลัง นึกถึงชายคนหนึ่งที่พยายามใช้ชีวิตแบบนั้น ชื่อของเขาคือ Freddie Mercury นักร้องนำของวงร็อค Queen Queen เขาขายแผ่นเสียงได้มากกว่า 90 ล้านแผ่น ดังนั้นเขาจึงมีทั้งเงินสด ชื่อเสียง และโชคลาภมากมาย เขามีทุกอย่างจริงๆ  และ Mercury ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของดนตรีร็อค

เมอร์คิวรี่ใช้ชีวิตของเขาเพื่อการเสพสุขอย่างแท้จริง ความอยากอาหารของเขาไม่มีหมดสิ้น ในบทสัมภาษณ์หนึ่ง Mercury ถูกอ้างถึงว่า “การมีอะไรเยอะๆ เป็นเป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน ความขาดแคลนเป็นเหมือนโรคร้าย ฉันชอบคนพวกคนที่สุดโต่ง และแสวงหาความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา คนธรรมดาและเรียบง่ายเป็นพวกน่าเบื่อ  ฉันชอบคบหากับพวกสุดโต่งเหมือนกัน”

เขายอมรับตัวเองว่าเป็นคนหลงไหลในเรื่องเพศหรือวัตถุ แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นภัยร้ายสำหรับเขา เขาเริ่มตระหนักได้ว่าในความพยายามที่จะเป็นดาราดัง เขาได้สร้างปีศาจร้ายขึ้นมา และในบั้นปลายชีวิต เขากล่าวว่า “ปีศาจร้ายนั้น คือตัวฉันเอง ความสำเร็จ ครอบครัว เงินทอง เซ็กซ์ ยาเสพย์ติด อยากได้อะไรฉันก็ต้องได้ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเห็นแล้วว่ายิ่งฉันมีมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากหนีไปจากมันมากเท่านั้น ฉันเริ่มกังวลว่าฉันไม่สามารถควบคุมมันได้มากเท่าที่มันควบคุมฉัน”

Mercury พ่ายแพ้ต่อการต่อสู้กับปีศาจร้ายในปี 1991 เขาเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนเนื่องจากโรคเอดส์ในวัย  45 ปี

ในปี 1991 มีผู้กล่าวว่า Mercury กำลังร้องเพลง “Mother Love” บนเตียงก่อนจะเสียชีวิต มันเป็นเพลงที่เศร้าและเจ็บปวด มันมีเนื้อเพลงดังนี้:

ฉันเดินมานานเกินไปในตรอกที่แสนเปล่าเปลี่ยว

ฉันมีทุกสิ่งทุกอย่างที่มากเกินพอ 

ฉันเป็นผู้ครอบครองทุกอย่างในโลกและผู้คนยกย่องว่าฉันแข็งแกร่ง

แต่เปล่าเลย …ในใจฉันหนักอึ้งและสิ้นหวัง

เมื่อพูดถึงปีศาจร้าย ผมนึกถึงคำพูดที่พระเจ้าตรัสกับคาอิน ลูกหัวปีของอาดัมและเอวา เมื่อพระเจ้าทรงเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขา พระองค์จึงเตือนเขาว่า “ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น” (ปฐมกาล 4:7)

หมอบ! เหมือนสัตว์ป่า. และถ้าคุณมีชีวิตอยู่เพียงเพื่อหาความสุข ปีศาจร้ายตัวนั้นก็จะตะครุบคุณทันที 

  • เรามีชีวิตอยู่เพื่อพระสิริของพระองค์

ถ้าเราคิดว่าเราจะมีชีวิตอยู่เพื่อความสุขเราจะหาความสุขที่เต็มอิ่มไม่เจอ แต่การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าจะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่โดยการแสวงหาความสุข แต่โดยการแสวงหาพระองค์ พระคัมภีร์บอกแก่เราว่าต่อหน้าพระพักตร์พระองค์มีความยินดีบริบูรณ์ และที่พระหัตถ์ขวามีความยินดีเป็นนิตย์นิรันดร์ (สดุดี 16:11)

ดังนั้นเราต้องทำให้สิ่งนี้ฝังแน่นในสมองของเรา เรามีชีวิตอยู่เพื่อพระสิริของพระเจ้า เรามีชีวิตอยู่เพื่อให้พระองค์พอพระทัย อัครสาวกเปาโลกล่าว ใน 1 โครินธ์ 10:31 สรุปได้ว่า :

 “ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะกินหรือดื่ม หรือจะทำอะไรก็ตาม จงทำทุกอย่างเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า” 

ย้อนกลับไปในวิวรณ์บทที่ 4 กล่าวว่าผู้อาวุโส 24 คนซึ่งนั่งอยู่ในรัศมีแห่งพระพักตร์ของพระเจ้าล้วนสวมมงกุฎบนศีรษะผมคิดว่าพวกเขาเป็นมงกุฎที่สวยงามอย่างเหลือเชื่อ น่าทึ่งยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ที่เคยเห็นมาในโลก แต่ผู้อาวุโสเหล่านี้จะทำอย่างไรเมื่อทูตสวรรค์รอบพระที่นั่งเริ่มร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า? พวกเขาก้มลงกราบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าและสวมมงกุฎ อยู่แทบพระบาทของพระองค์

และผมเดาว่าไม่มีสิ่งใดในโลกหรือสวรรค์ให้ความสุขและความพึงพอใจอันบริสุทธิ์แก่พวกเขามากไปกว่านั้นอีกแล้ว

นี่คือคำถามของผมต่อพวกคุณ คุณมีชีวิตอยู่เพื่อพระสิริของพระเจ้าหรือคุณมีชีวิตอยู่เพื่อตัวคุณเอง? และถ้าสิ่งที่คุณทำไม่สามารถทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ คุณก็ไม่ควรทำเช่นนั้น คุณและผมควรจะแสวงหาที่จะกระทำให้ทุกสิ่งในชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่ทำให้ “พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ”

เพราะนั่นคือสิ่งที่เราได้รับมอบหมายจากพระผู้สร้างของเรา

แปลและเรียบเรียงจากบทความของ อ.Greg Laurie

 

—-

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า

เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!