GENERATIVE AI เครื่องมือในการสร้างคำหลอกลวงครั้งยิ่งใหญ่ ??? | SAOG PODCAST ENDTIMES |
Generative AI อาจเป็นเครื่องมือในการสร้างคำหลอกลวงครั้งยิ่งใหญ่
ผมได้เขียนหลายบทความเกี่ยวกับเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ และผลเสียของมัน รวมทั้งอันตรายของการนำอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์มารวมเข้ากับสมองของมนุษย์
จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นไปได้ว่า AI จะเพิ่มศักยภาพ และมีศักยภาพที่จะเพิ่มสติสัมปชัญญะขึ้นมาได้เอง และในวันหนึ่ง AI อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ปฏิปักษ์พระคริสต์จะนำมาใช้ ซึ่งการพัฒนา AI รูปแบบใหม่นี้ ได้ถูกยกขึ้นมาเพื่อพิจารณาคำถามทางด้านจริยธรรมและศีลธรรมในการประชุมทางวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆนี้
เราเรียกAI ชนิดใหม่นี้ว่า “Generative AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถคิดค้นและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ ซึ่งได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการเทคโนโลยี เป็นอย่างมาก
สำหรับ AI ชนิดก่อนๆ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภท “Deterministic AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกกำหนดขึ้นด้วยผลลัพท์ที่ชัดเจนและจำกัด
มันถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ระบุปัญหาและหาแนวทางแก้ไข โดยมันจะถูกใส่ข้อมูล ตามที่มีอยู่เดิมเข้าไป แล้วตัดสินใจตามข้อมูลที่ถูกใส่เข้ามา โดย ใช้อัลกอริธึมที่กำหนดขึ้นทางคณิตศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่น การใช้ตัวอย่างปัญหาและวิธีการแก้ไขกว่า 10,000 ตัวอย่าง ใส่เข้าไปเป็นข้อมูลพื้นฐานให้AI ใช้ในการคิด วิเคราะห์ ประมวลผลเพื่อหาสาเหตุที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาที่ 10,001
ในวงการอุตสาหกรรมเริ่มนำอัลกอริธึมประเภทนี้มาใช้เพื่อค้นหาส่วนที่อาจเกิดความเสียหาย บนสายพานลำเลียง เป็นต้น
AI อีกประเภทหนึ่งที่คุณอาจเคยได้ยินมาแล้ว เป็นAI เกี่ยวกับการประมวลผลภาษา ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่คอมพิวเตอร์ใช้การสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรจำนวนมากเป็นฐานข้อมูล เพื่อเรียนรู้วิธีที่มนุษย์เขียนหรือพูด ใช้สถิติในการทำนายคำถัดไปในประโยคตามตัวอย่างที่ดึงมาจากฐานข้อมูล โมเดลภาษา LaMDA ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ของ Google ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยแชทบอทที่เลียนแบบคำพูดโดยการดึงคำศัพท์หลายล้านล้านคำมาจากอินเทอร์เน็ต นี่คือ AI ที่โปรแกรมเมอร์อ้างว่ามีความรู้สึกนึกคิดได้เอง แต่แม้ว่า AI มีแนวโน้มว่าจะเก่งในการรวมคำเข้าด้วยกัน แต่หลายครั้งก็ยังทำให้งงอยู่
แต่ AI สายพันธุ์ใหม่ที่ผมกำลังพูดถึง ในวันนี้คือ Generative AI เป็นปัญญาประดิษฐ์รูปแบบใหม่ที่เป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ที่สร้างสรรสิ่งใหม่ขึ้นมาได้เอง แทนที่จะวิเคราะจากห์สิ่งที่มีอยู่แล้ว มันใช้อัลกอริทึมของพวกมันเองเพื่อสร้างรูปภาพขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ตัวอย่างเช่น ผมใช้บอท AI สร้างรูปภาพขึ้นมาจากข้อความโดยใส่คำว่า
“ดาวเคราะห์น้อยที่ลุกเป็นไฟ” แล้วมันได้สร้างภาพ ขึ้นมาให้อย่างหลากหลาย ตามวลีนั้น ซึ่งผมได้ลองใช้โปรแกรมนี้เพื่อสร้างรูปที่คล้ายกับรูป หน้าปกหนังสือ Tipping Point ของผม
โปรแกรมฟรีที่ผมใช้ยังมีศักยภาพในการการคำนวณที่จำกัดอยู่ ภาพที่ได้จึงยังไม่ค่อยดีนัก ซึ่งโปรแกรมที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ จะต้องเสียค่าใช้จ่าย
ในปัจจุบัน เริ่มมีศิลปินที่นำโปรแกรมเหล่านี้มาใช้สร้างผลงานศิลปะที่น่าประทับใจ หนึ่งในนั้นคือผลงานที่ชนะการแข่งขันงานศิลปะในโคโลราโด
เหตุการณ์นี้ทำให้ศิลปินคนอื่นๆ เริ่มไม่พอใจ แม้ว่ารูปภาพที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์AI นั้นอาจยังไม่สมบูรณ์หรือยังได้เฉพาะภาพการ์ตูน ที่ยังผิดสัดส่วนไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถสร้างผลงานที่น่าทึ่งได้ ดังเช่น ผลงานชนะเลิศที่โคโลราโด
-
สิ่งนี้จะเปลี่ยนโลกให้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่า Generative AI จะยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก แต่ก็เป็นคลื่นลูกใหม่ ที่น่าจับตามองใน Silicon Valley
โปรแกรมเมอร์ท่านหนึ่งกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า:
“ส่วนที่น่าประทับใจที่สุด คือมันสามารถเขียนสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้เอง ”
Boris Dayma ผู้สร้าง Craiyon generative AI กล่าว
“มันไม่ใช่แค่การสร้างภาพ จากรูปเก่าๆ แต่เป็นการสร้างสิ่งใหม่ที่อาจแตกต่างไปจากที่เคยเห็นมาก่อนอย่างสิ้นเชิง”
ทุกวันนี้มีผู้ใช้โปรแกรม Craiyon ในการสร้างภาพประมาณ 10 ล้านภาพทุกวันในการ สร้างภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนมากกว่าหนึ่งพันล้านภาพ
Sequoia Capital บริษัทร่วมทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กำลังคาดการณ์ว่า generative AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรมที่ต้องใช้มนุษย์ในการสร้างผลงานต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ งานเขียน โฆษณา และอื่นๆ
“จะมีบริษัทมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ทั้งกลุ่มสตาร์ทอัพทั้งเจเนอเรชั่นที่กำลังจะต่อยอด เข้ามาลงทุนในเทคโนโลยีนี้” CEO ของแพลตฟอร์มนักพัฒนา AI รายหนึ่งกล่าว
เช่นเดียวกับเทคโนโลยีใหม่อื่น ๆ การเติบโตอย่างรวดเร็วของแนวคิดนี้ทำให้เกิดคำถามด้านจริยธรรมที่สำคัญหลายประการ
จะเกิดอะไรขึ้นกับศิลปิน ผู้ผลิตวิดีโอ และนักวาดภาพประกอบมืออาชีพที่อาจพบว่าตัวเองถูกแทนที่ด้วยอัลกอริธึมของคอมพิวเตอร์ โมเดลแมชชีนเลิร์นนิงจะเร็วและถูกกว่ามนุษย์ในไม่ช้า
แล้วใครจะเป็นเจ้าของภาพที่ผลิตโดย AI? โปรแกรมเมอร์ หรือคอมพิวเตอร์นั้นหรือ? หรือเป็นคนที่พิมพ์คำสั่งและปรับแต่งจนภาพออกมาอย่างสมบูรณ์?
แล้วถ้าบางคำสั่งใช้ภาพที่มีเครื่องหมายการค้าหรือระบุชื่อศิลปินล่ะ? (เช่น ผมสั่งว่า “ดาวเคราะห์น้อยที่ลุกเป็นไฟในสไตล์ของ Thomas Kincaid”)
-
ความจริงตามธรรมชาติ ถูกทำลายลง
คำถามสำคัญที่ใหญ่กว่านี้เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของความเป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้เอไอท่านหนึ่งได้เผยแพร่ภาพถ่ายสองภาพบนทวิตเตอร์ ของประธานาธิบดีสหรัฐทำท่าฉีกเนื้อกวางด้วยมือเปล่า
ผมจะไม่โชว์ภาพนี้ให้เห็นเพราะมันรุนแรงเต็มไปด้วยเลือดและรบกวนจิตใจมาก แต่ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าโจ ไบเดนกำลังฆ่าสัตว์ ภาพกราฟิกเหล่านั้นเป็นภาพปลอมทั้งหมด ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยซอฟท์แวร์ของเอไอ
แต่คนที่เห็นอาจจะไม่รู้ว่าเป็นของปลอม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? ถ้าหากคุณไม่ชอบประธานาธิบดี คุณก็คงไม่ได้จะสนใจหรือใส่ใจกับมันมากนัก แต่หากว่าในภาพนั้นกลับกลายเป็นคนที่คุณรัก เช่น ศิษยาภิบาล คุณยาย คู่สมรส หรือลูกคนหนึ่งของคุณขึ้นมาล่ะ?
บางคนอาจใช้รูปภาพเหล่านั้นและใส่ข้อความเพื่อสร้างภาพให้ทำในสิ่งที่เกินคำบรรยาย เช่น ภาพที่ทำบาปร้ายแรง ภาพแสดงความรุนแรง หรือภาพที่ทำให้เกิดการรบกวนจิตใจในรูปแบบต่างๆ จากนั้นพวกเขาก็นำภาพเหล่านี้เผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์เป็นสาธารณะ
บางคนอาจจะแยกแยะได้ว่าภาพถ่ายนั้นเป็นของปลอม เพราะพวกเขาเข้าใจเรื่อง AI แต่เรายังอยู่ในช่วงเวลาที่คนยังขาดความเข้าใจเรื่องเอไอกันอยู่มาก ไม่ใช่ทุกคนจะรู้และเข้าใจในเทคโนโลยีเช่นนี้ จะมีคู่สมรสอีกกี่คู่ อาชีพการงานอีกกี่อาชีพ ที่จะต้องถูกทำลายลง เพราะมีคนใช้เอไอสร้างงานศิลปะจอมปลอมเช่นนี้โดยใช้ใบหน้าของคนที่คุณรัก?
-
การทำลายพระลักษณะของพระเจ้า
ลองนึกภาพเทคโนโลยีประเภทนี้—เทคโนโลยีที่ดูเหมือนสร้างสรรค์, เทคโนโลยีที่ถือกำเนิดมาเพื่อหลอกลวงผู้คน—อยู่ในมือของซาตาน สิ่งหนึ่งที่ปฏิปักษ์พระคริสต์จะทำคือประกาศตนว่าเป็นพระเจ้า โดยนำเสนอตัวเองต่อโลกเพื่อเป็นทางเลือกแทนพระเยซูคริสต์ เขาจะใช้สิ่งนี้หลอกหลวงผู้คนให้เชื่อและติดตามเขา แต่เขาจะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจอมปลอม
การหลอกลวงจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่ปฏิปักษ์พระคริสต์จะใช้ล่อหลอกคนในโลกนี้ให้นมัสการเขา และร่วมกับเขาในการก่อกบฎและต่อสู้กับพระเจ้า
ในโลกที่เต็มไปด้วยสื่อต่างๆ เอไออาจมีบทบาทสำคัญในการหลอกลวง ภาพถ่าย ภาพปลอม จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้เพื่อหลอกให้ผู้คนมาต่อต้านพระเจ้าหรือไม่? ศิษยาภิบาลหรือนักการเมืองที่เชื่อพระเจ้าจะสูญเสียอาชีพการงานเพราะภาพกล่าวหาที่โกหกหลอกลวงหรือไม่?
ผมไม่แปลกใจเลยในเรื่องนี้ เรารู้จักพระเจ้าในฐานะพระผู้สร้าง
ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 40 กล่าวชัดเจนว่าพระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างมาจากความว่างเปล่า นี่คือพระลักษณะของพระองค์
ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือ?
ท่านเคยได้ยินไม่ใช่หรือ?
พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์
เป็นผู้สร้างที่สุดปลายแผ่นดินโลก
พระองค์ไม่ทรงอ่อนเปลี้ยหรือเหน็ดเหนื่อย
ความเข้าใจของพระองค์ก็เหลือจะหยั่งรู้ได้ — อิสยาห์ 40:28
มนุษย์เราสะท้อนถึงพระผู้สร้างของเรา พระองค์สร้างเราตามพระฉายาของพระองค์ เราสร้างสรรค์ผลงานดนตรีหรือศิลปะตามสิ่งที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว สิ่งที่เป็นวัตถุดิบเดิม อย่าง จังหวะดนตรี หรือสี
แต่พระเจ้าได้ทรงสร้างสรรพสิ่งจากความว่างเปล่า โดยพระดำรัสของพระองค์
มารได้เลียนแบบพระลักษณะอันบริสุทธิ์เหล่านี้ และพยายามทำให้เสื่อมเสีย
เช่นกัน Generative AI ก็กำลังสร้างสรรค์ข้อมูลที่มีอยู่ก่อนแล้วที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น แต่มันจะนำมนุษยชาติเข้าใกล้ความเสื่อมถอยรูปแบบใหม่หรือไม่? และถ้าเป็นเช่นนั้น จะเกิดอะไรขึ้นหากเทคโนโลยีนี้จะถูกพัฒนาขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง?
ให้เราเฝ้าจับตาและรอดู ในระหว่างนี้ขอให้คุณจงตื่นตัว เฝ้าระวัง เพื่อคุณจะไม่ถูกหลอกง่ายๆ
แปลจากบทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์
—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง
Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1
—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!

ใส่ความเห็น