เราจะใช้ชีวิตอย่างไร ระหว่างรอคอยพระเยซู

ปกป้องความเชื่อของเราไว้ เตรียมชีวิต ประกาศหนทางแห่งความรอด

พระเยซูทรงพูดถึงอนาคตอยู่บ่อยๆ มากกว่าใครๆ ในพันธสัญญาใหม่ พระเยซูตรัสถึงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ ถึง 21 ครั้ง และบอกให้เราเตรียมชีวิตให้พร้อม สำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์ ถึงกว่า 50 ครั้ง พระองค์มักพูดถึงอนาคตที่จะมา เพื่อเตรียมวิถีชีวิตของเราในปัจจุบัน

คำสอนของพระเยซูเรียกร้องเป็นอย่างมากให้พวกเราเตรียมชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสุดท้ายที่พระองค์อยู่ในโลก หลายต่อหลายครั้งที่พระองค์ทรงเน้นย้ำว่ากับสาวก และผู้เชื่อในพระองค์ว่า ให้คอยเฝ้าระวัง จับตาดู และตื่นตัวอยู่เสมอ คำเทศนาที่ยิ่งใหญ่ในมาระโก 13 ก่อนพระองค์จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพียงสองวันก่อน พระเยซูทรงให้พิมพ์เขียวหรือโครงร่างของเหตุการณ์ที่จะเกิดก่อนการเสด็จกลับมาของพระองค์
ในคำเทศนานี้ พระเยซูทรงกล่าวถึงหมายสำคัญก่อนการเสด็จกลับมายังแผ่นดินโลก พระเยซูบอกสัญญาณเวลาอย่างชัดเจน พระองค์ตรัสว่าชนรุ่นที่เห็นหมายสำคัญเหล่านี้ จะเป็นพยานถึงการเสด็จมายังแผ่นดินโลกครั้งที่สองของพระองค์ (มาระโก 13:30)
อย่างไรก็ดี คำเทศนานี้มีมากกว่าเหตการณ์ แต่พระเยซูทรงเน้นย้ำว่าผู้เชื่อต้องดำเนินชีวิตอย่างไร ระหว่างรอคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์

และพระองค์ทรงจบคำเทศนาด้วยการเรียกร้องผู้เชื่อให้ตื่นตัวทางวิญญาณเป็นอย่างมาก เมื่อคุณอ่านพระวจนะของพระองค์ จะพบคำว่า “เฝ้าระวัง” และ “ตื่นตัว” อยู่เสมอ :

จงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพราะพวกท่านไม่รู้ว่าวันนั้นหรือเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ เช่นเดียวกับชายคนหนึ่งที่ออกเดินทาง เมื่อเขาจะออกจากบ้าน เขาก็มอบหมายหน้าที่ให้ทาสแต่ละคนทำ และกำชับคนเฝ้าประตูให้คอยเฝ้าระวังอยู่ เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร อาจจะมาในเวลาค่ำ หรือเที่ยงคืน หรือในเวลาไก่ขัน หรือรุ่งเช้า ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วหากเจ้าของบ้านกลับมาอย่างฉับพลัน ท่านอาจพบว่าพวกท่านกำลังนอนหลับอยู่ สิ่งที่เราบอกพวกท่านนั้น เราก็บอกคนทั้งหลายด้วยว่าจงเฝ้าระวังอยู่เถิด”
มาระโก 13:33‭-‬37 THSV11

พระเยซูกล่าวถึงสี่ช่วงเวลาในตอนกลางคืนตามแบบชาวโรมันคือ ตอนเย็น เที่ยงคืน ก่อนรุ่งสาง และรุ่งสาง พระองค์เน้นย้ำว่าพระองค์อาจเสด็จมาได้ทุกเมื่อ เราจึงจำเป็นต้องมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง บรรดาผู้ที่รอคอยการเสด็จมาของ พระคริสต์ต้องต่อสู้กับอาการง่วงนอนฝ่ายจิตวิญญาณ

พระเยซูดึงความสนใจ ให้เราตื่นตัวอยู่เสมอ

ผมเคยได้ยินเรื่องราวของอาจารย์ประจำวิทยาลัยท่านหนึ่ง ที่จะเดินเข้าไปในห้องบรรยายทุกเช้าและหยิบลูกเทนนิสออกจากกระเป๋าเสื้อของเขา แล้ววางไว้ที่มุมแท่น
เมื่อจบการบรรยาย เขาก็หยิบลูกเทนนิส กลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตและเดินออกจากห้องไป นักเรียนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งมีนักเรียนผล็อยหลับไประหว่างการบรรยาย ศาสตราจารย์เดินไปที่แท่นโดยไม่พูดไม่จา หยิบลูกเทนนิสขึ้นมาแล้วขว้างใส่นักเรียนที่กำลังหลับอยู่

วันรุ่งขึ้น ศาสตราจารย์เดินเข้าไปในห้อง เอื้อมมือเข้าไปในเสื้อแจ็กเก็ต และหยิบเบสบอลออกมาเหมือนเดิม และหลังจากนั้นไม่มีใครหลับในชั้นเรียนอีกเลยตลอดภาคเรียนที่เหลือ!

เช่นเดียวกัน พระวจนะของพระเยซูควรเป็นดั่งลูกเทนนิสที่พุ่งตรงเข้ามายังศีรษะ ขณะที่พวกเรากำลังง่วงซึมและเผลอหลับในวาระสุดท้ายนี้ ด้วยว่าเราได้เห็นแล้วว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของเราทุกวันนี้ คือเครื่องหมายที่บอกให้รู้ว่าเราควรจะตื่นตัวและตื่นตัวอยู่ทุกเมื่อ

เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐในโรงเรียนฝึกปืนใหญ่ที่ Fort Sill รัฐโอคลาโฮมา ได้เปรียบเทียบระดับความสนใจของลูกศิษย์ของเขาที่แตกต่างกัน ในสองยุค คือในช่วงปี 1958 – 1960 นักเรียนรุ่นนั้นเละเทะมาก อาจารย์ผู้สอนต้องเผชิญปัญหาในการทำให้ผู้เรียนตื่นตัว และตั้งใจฟังการบรรยาย
แต่นักเรียนเตรียมทหารในช่วงกลางทศวรรษ 1960 เด็กพวกนั้นกลับตื่นตัวและจดบันทึกมากมาย

นั่นเป็นเพราะ นักเรียนเตรียมทหารในคลาสหลังรู้ว่าอีกไม่ถึงหกสัปดาห์พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจริงๆ ในเวียดนาม เป็นความรู้สึกเร่งด่วนที่ปลุกเร้าให้ตื่นขึ้น การรู้ว่าเรากำลังจะต้องเผชิญกับอันตรายจะดึงดูดความสนใจของเรา ในวาระสุดท้ายนี้เช่นกัน สงครามฝ่ายวิญญาณกำลังโหมกระหน่ำอยู่รอบตัวเรา พระเยซูควรได้รับความสนใจจากเรา และเรียกร้องให้เราตื่นตัวขึ้น ในขณะที่รอการเสด็จมาของพระองค์

  1. ปกป้องความเชื่อของตน

ความตื่นตัวในช่วงเวลาสิ้นสุดนี้ หมายถึงการมุ่งเน้นที่จะป้องกันตัว เราต้องยืนหยัดในความจริงและปกป้องชีวิตเราจากการหลอกลวง ของวิญญาณชั่วที่วนเวียนอยู่รอบๆ
คำเทศนาในมาระโก 13 เริ่มต้นด้วย “จงระวังให้ดี อย่าให้ใครล่อลวงพวกท่าน” ต่อมาเขาได้เพิ่มคำเตือนว่า “แต่จงระวังตัวให้ดี” (ข้อ 9) และ “จงเอาใจใส่” (ข้อ 23)

คำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยืนยันชัดเจนว่าเราต้องระวังคำสอนเท็จ ที่จะแพร่ขยายออกไปเมื่อการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ใกล้เข้ามา

ในหนังสือ The Ruler Who Serves ของRay Stedman เขียนเกี่ยวกับ มาระโก 13 และคำอุปมาเรื่องคนยามเฝ้าประตู:

พวกเขาต้องจับตามองเพื่ออะไร? เขาต้องคอยเฝ้าดูการกลับมาของเจ้านายหรือไม่? นั่นเป็นสิ่งที่คนทั่วไปตีความ แต่ไม่ใช่ เพราะเขาเริ่มต้นเฝ้าระวังทันทีที่เจ้านายจากไป พวกเขารู้ว่านายยังไม่กลับมาทันที แล้วเขาจะเฝ้าคอยดูเพื่ออะไร?
เขาต้องคอยระวังไม่ให้มีใครมาหลอกลวงพวกเขาและเข้าบ้านไปทำลาย หรือปล้นสิ่งของมีค่า
ดังนั้นจงอย่าให้สิ่งใดมากีดขวางคุณจากการเป็นอย่างที่พระเจ้าต้องการให้คุณเป็นในยุคนี้
การเฝ้าระวังของเราจึงไม่ใช่เพียงการมองขึ้นฟ้า เพื่อรอการกลับมา แต่คือการเฝ้าระวัง ที่เราจะไม่ถูกหลอกไปด้วย
การตื่นตัวจึงเกี่ยวข้องกับการป้องกัน เป็นการสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งต่อคำสอนผิด แล้วอะไรคือการป้องกันที่ดีที่สุดต่อคำสอนเท็จและการหลอกลวงที่แพร่ขยายอยู่รอบตัวเรา? นั่นคือการรู้ความจริงของพระเจ้าที่เปิดเผยผ่านพระคัมภีร์ การตื่นตัวจึงหมายความว่าเราต้องอ่าน ศึกษา และประยุกต์ใช้พระคัมภีร์สำหรับตัวเราเอง เรียนรู้พระคำภีร์และดำเนินชีวิตตามหลักการอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าคุณและครอบครัวได้รับการปกป้อง และกำลังตื่นตัว

  1. เตรียมตัวในฝ่ายวิญญาณ

ประการที่สอง คือการเตรียมพร้อมในฝ่ายวิญญาณ เราไม่สามารถตื่นตัวได้หากเราไม่เตรียมพร้อม พระกิตติคุณของมาระโกให้ข้อมูลสำคัญแก่เราว่าการเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระคริสต์หมายความว่าอย่างไร
มาระโก ใช้การเขียนวรรณกรรมแบบที่เรียกว่า inclusio คือการเขียน2 เรื่องราว คั่นระหว่างเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่อยู่ตรงกลาง
นั่นคือหญิงม่ายยากจน ผู้ซึ่งมอบทุกสิ่งที่เธอมีแด่พระเจ้า ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของความสัตย์ซื่อ ความภักดี และความภักดีต่อพระเจ้า และมาระโกบทที่14 ข้อ1-9 ที่กล่าวถึงหญิงนิรนามที่เจิมพระบาทของพระเยซูด้วยน้ำมันหอมราคาแพง แสดงถึงการเสียสละของเธอที่บริสุทธิ์ และมีค่ามาก

ซึ่งทั้งสองบทนี้ ถูกใช้เพื่อเน้นย้ำ ขยายความมาระโกบทที่ 13 ให้สำคัญยิ่งขึ้นไปอีก
ชีวิตของคุณพร้อมสำหรับการเสด็จมาของพระคริสต์แค่ไหน? คุณใช้ชีวิตอย่างเสียสละและอุทิศตนเหมือนผู้หญิงสองคนในมาระโก 12 และ 14 หรือไม่?
ศิษยาภิบาล Steven Cole ได้ยกตัวอย่างชีวิตที่เตรียมพร้อมเสมอ:

“ ช่วงที่ผมทำงานในโรงแรมหรูในชิคาโก เมื่อหลายปีก่อน ในเดือนกรกฎาคมปี 1959 ควีนเอลิซาเบธมีกำหนดเยือนชิคาโก พวกเราได้เตรียมการอย่างประณีตสำหรับการมาเยือนของเธอ ท่าเทียบเรือพร้อมสำหรับการเทียบท่าของเรือ ตะกร้าขยะถูกทาสีใหม่ และพรมแดงถูกปูไว้พร้อม โรงแรมหลายแห่งได้รับการแจ้งเตือนให้เตรียมความพร้อม แต่เมื่อพวกเขาติดต่อมายังโรมแรมของเรา ผู้จัดการกล่าวว่า “เราไม่ได้วางแผนสำหรับราชินี ห้องของเราพร้อมเสมอสำหรับรับราชวงศ์”

ชีวิตของคุณพร้อมเสมอสำหรับต้อนรับราชวงศ์หรือไม่ คุณดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วยความตื่นตัวและเตรียมพร้อมโดยการทำงานและดำเนินชีวิตอย่างเสียสละเพื่อกษัตริย์ที่จะเสด็จมาหรือไม่

3.ประกาศความจริงนี้ออกไป

แง่มุมที่สามของการเตรียมพร้อมของเราในวาระสุดท้ายคือ การประกาศความจริง ในมาระโก 13:10 พระเยซูตรัสว่า “ข่าวประเสริฐต้องถูกประกาศให้ยังทุกประชาชาติก่อน” พระเยซูตรัสว่าก่อนที่พระองค์จะเสด็จมาครั้งที่สอง คนทั้งโลกต้องได้ยินพระกิตติคุณ สิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องสำเร็จก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมารับเจ้าสาวของพระองค์ขึ้นไป แต่สิ่งนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกเมื่อสิ้นสุดเวลาแห่งความทุกข์ยากใน7ปีกลียุค

หนึ่งในคำสั่งที่มีต่อเราในการดำรงชีวิตในวาระสุดท้ายคือการประกาศพระกิตติคุณอย่างซื่อสัตย์ (ใน มัทธิว 28:18-20) เราจะอ้างว่าเราตื่นตัวและเฝ้าระวังอยู่ในขณะที่ปล่อยให้โลกรอบตัวเราพินาศลงหรือมุ่งมั่นในการแสวงหาพระเจ้าของตัวเราเอง จนเมินเฉยต่อคนรอบข้าง หรือจมอยู่กับรายละเอียดของยุคสุดท้ายแต่มองข้ามความต้องการทางวิญญาณของผู้คนที่ล้อมรอบเรา

ดังที่ Randall Price เขียนไว้ในหนังสือของเขา Jerusalem in Prophecy:

“ เป็นการดีที่เราจะเข้าใจภาพสัญลักษณ์ที่บรรยายไว้ในวิวรณ์ หรือความเข้าใจภาพเปรียบเทียบในพระธรรมดาเนียล แต่จะมีความหมายอะไร ถ้าเราไม่ได้ใช้สิ่งนี้ประกาศความจริงแห่งความรอด และวาระสุดท้าย ดังนั้นจงประกาศคำพยากรณ์อย่างถูกต้องเพื่อเก็บเกี่ยวจิตวิญญาณ และถวายเกียรติแด่พระเจ้า”

เราจึงต้องทูลขอจากพระเจ้าทุกวันให้เรามีโอกาสเป็นพยานถึงพระองค์และกล้าที่จะพูดความจริง จงตื่นตัวและเฝ้าระวังอยู่ทุกวันเพื่อผู้ลี้ภัยทางจิตวิญญาณในพระเยซูจะเข้ามาหา

เมื่อการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ยิ่งใกล้เข้ามาเท่าไร จงเฝ้าระวัง และ ตื่นตัวโดยการปกป้องความเชื่อ เตรียมชีวิต และประกาศข่าวประเสริฐอยู่เสมอ

แปลและเรียบเรียงจาก บทความของ อ.Mark Hitchcock

—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!