การดำเนินชีวิตอยู่ในวงล้อมของศัตรู

เมื่อวิญญาณของปฏิปักษ์พระคริสต์ปรากฏขึ้นแล้ว ผู้เชื่อควรตอบสนองอย่างไร?

 

ผมได้ดูหนังเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อไม่นานมานี้ มีฉากหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาพูดกับพลร่มที่กระโดดร่มหลังแนวล้อมของศัตรู ผู้บัญชาการกล่าวกับพวกเขาว่า “กองยานเกราะจำเป็นต้องตัดคุณออก ดังนั้นคุณจะอยู่ในแนวล้อมของศัตรู”

 

ร้อยโท ตอบกลับมาแบบคลาสสิกว่า “เราเป็นพลร่มครับ เรารู้ว่าเราควรจะถูกล้อมไว้”

 

ผมเข้าใจเส้นวงล้อมนี้ดี ผมคิดในใจว่า นั่นคือสิ่งที่เราที่เป็นคริสเตียนจะต้องเผชิญในวันท้าทายเหล่านี้ก่อนที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมารับคริสตจักรของพระองค์ เราเป็นพลร่มที่ถูกทิ้งไว้หลังแนวล้อมของศัตรู เรากำลังหาทางผ่านดินแดนที่เป็นของศัตรู 

ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน เราก็เห็นศัตรูกำลังทำงานอยู่ ในองค์กรต่างๆ ในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยของเรา ในสื่อข่าว. ในรัฐบาลท้องถิ่น จนถึงระดับชาติของเรา แม้แต่ในคริสตจักรของพระเจ้าก็เริ่มไม่ให้ความสำคัญหรือสอนพระคำของพระเจ้าอีกต่อไปแล้ว

 

แล้วพวกเราควรทำอย่างไร? วิ่งหนี? ซ่อนตัว? ปลอมตัว? 

คำตอบคือ ไม่ใช่ เราต้องอยู่ท่ามกลางพวกเขา  เราต้องบุก เราต้องแทรกซึมเข้าไป อยู่ในวงล้อมนั้น อัครสาวกยอห์นกล่าวไว้ว่า

 

“เรารู้ว่าเราเป็นบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้าและส่วนอื่นๆ ของโลกรอบตัวเราอยู่ภายใต้อำนาจและการควบคุมของซาตาน และเรารู้ว่าพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า เสด็จมาเพื่อช่วยให้เราเข้าใจและค้นหาพระเจ้าที่แท้จริง และตอนนี้เราอยู่ในพระเจ้า เพราะเราอยู่ในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และพระองค์ทรงเป็นชีวิตนิรันดร์”—1 ยอห์น 5:19-20 (TLB)

 

นี่เป็นบทสรุปที่ยอดเยี่ยมของโลกที่เราอาศัยอยู่! โลกทั้งโลกอยู่ภายใต้การควบคุมของมารซาตาน แต่พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงเที่ยงแท้ได้เสด็จมาแล้ว เราทั้งหลายเป็นของพระองค์และดำเนินชีวิตในพระองค์และเข้าใจชีวิตผ่านพระองค์

 

หลายครั้งผู้คนมักคาดเดาว่า “ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรเมื่อปฏิปักษ์พระคริสต์ได้ปรากฏตัวขึ้นในโลก” 

แน่นอน  วันเหล่านั้นจะน่าสะพรึงกลัว แต่ในอีกแง่หนึ่ง ทุกวันนี้วิญญาณที่ต่อต้านพระคริสต์ก็มีบทบาทอยู่แล้วในหมู่พวกเรา

 

พระธรรมยอห์นยังได้กล่าวอีกว่า :

ลูกทั้งหลายเอ๋ย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้ว และตามที่พวกท่านได้ยินได้ฟังมาว่าศัตรูของพระคริสต์จะมา เดี๋ยวนี้ศัตรูของพระคริสต์จำนวนมากก็มาแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงรู้ว่าบัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้ว 1ยน 2:18

และ อีกบทหนึ่ง 

และวิญญาณทุกดวงที่ไม่ยอมรับพระเยซู วิญญาณนั้นก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า วิญญาณนั้นแหละเป็นศัตรูของพระคริสต์ ซึ่งพวกท่านได้ยินว่าจะมา และขณะนี้ก็อยู่ในโลกแล้ว 1ยน4:3

หรือถ้าแปลตามตรงก็คือ วิญญาณปฏิปักษ์พระคริสต์อยู่ที่นี่แล้ว มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่พวกคุณคิด 

 

  1. การเก็บเกี่ยวลมแห่งพระพิโรธของพระเจ้า 

ประเทศของเราเคยมีสิ่งที่เรียกว่า “ศาสนาพลเรือน” มาเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าจะไม่ได้ถูกบังคับให้เป็นคริสเตียนอย่างสมบูรณ์ แต่ก็สนับสนุนในการนำหลักการพื้นฐานของคริสเตียนมาใช้การวางกฏเกณฑ์ต่างๆ ในสังคม : เช่น

มีความจริงที่ว่ามีความชั่วร้ายแผ่ขยายอยู่ทั่วไปในโลก ,มีความเชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า ,บัญญัติสิบประการเป็นสิ่งที่ควรยึดถือ ซึ่งเราจะเห็นสิ่งเหล่านี้โพสต์ไว้ในห้องพิจารณาคดีหรือบนผนังห้องเรียน คำสอนเรื่องเพศที่ควรสงวนไว้ในการแต่งงาน, ผู้ปกครองต้องได้รับการเคารพ บทบาทของครอบครัวและการให้เกียรติบิดามารดา

 

นั่นคือยุคที่ผมเติบโตขึ้นมา ราวๆ 1950 1960 ที่หลักการพื้นฐานของคริสเตียนถูกนำมาเป็นหลักการพื้นฐานทางสังคม 

 

แต่ทุกวันนี้ สิ่งเหล่านั้นได้หายไป  บัญญัติสิบประการกลายเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคนในยุคปัจจุบัน ครอบครัวสร้างกฏเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ เด็กชายและเด็กหญิงเลือกที่จะกำหนดตัวตนขึ้นมาใหม่ 

พระคัมภีร์ถูกมองว่าเป็นเพียงหนังสือนิยาย  ไร้ประโยชน์และอาจเป็นอันตรายต่อสั่งคมได้ ซึ่งแนวคิดนี้ได้นำไปสู่ปัญหาการหย่าร้าง การฆ่าตัวตาย การทำแท้ง ความสับสนทางเพศ การติดยาและแอลกอฮอล์รวมถึงการแพร่ระบาดของอาชญากรรมรุนแรง

 

ดังที่พระคัมภีร์ได้ทำนายถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ทั้งหมดแล้ว ผู้พยากรณ์โฮเชยาในพันธสัญญาเดิมได้กล่าวไว้ว่า  “เราหว่านลมและเก็บเกี่ยวลมบ้าหมู” ในพระธรรมโฮเชยา 8:7  กล่าวถึงอิสราเอลที่จะได้รับพระพิโรธของพระเจ้าเมื่อพวกเขาละทิ้งพระองค์ 

หลายปีก่อน จี.เค. เชสเตอร์ตัน  เคยกล่าวไว้ว่า “เมื่อมนุษย์หยุดเชื่อในพระเจ้า พวกเขาจะไม่เชื่อในสิ่งใดเลย และพวกเขาจะเชื่อในทุกสิ่ง”

 

      2. ไม่มีที่สำหรับการประนีประนอม

จากข้อความที่กล่าวมาเราควรตอบสนองต่อสึนามิทางวัฒนธรรมในฐานะคริสเตียนอย่างไร? จุดยืนของเราควรเป็นอย่างไร?

 

คำตอบคือ เราต้องยืนหยัดในความจริงไม่ว่าจะเป็นที่นิยมทางสังคมหรือไม่ก็ตาม

 

นี่เป็นสิ่งที่ไม่คริสเตียนผู้เชื่อไม่สามารถต่อรองได้ ในทุกหัวข้อ ในทุกประเด็น เราต้องยืนหยัดในจุดยืนตามพระคัมภีร์ ผมไม่ได้พูดถึงจุดยืนทางการเมือง แต่กำลังพูดถึงพระวจนะนิรันดร์ของพระเจ้า ที่เราจะสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจ และไม่หวั่นไหวว่า พระคัมภีร์ทั้งเล่มเป็นความจริง และได้รับการดลใจจากพระเจ้าเอง เราต้องเชื่อว่าสิ่งที่พระคัมภีร์สอนเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์เป็นหนทางเดียวที่จะนำมนุษย์ทั้งหลายไปถึงพระบิดาได้ เราต้องเชื่อสิ่งที่พระคัมภีร์สอนเกี่ยวกับคุณค่าแห่งชีวิตของเรา ชีวิตนั้นเริ่มต้นจากการปฏิสนธิ และเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์สองเพศเป็นชายและหญิง  ไม่ใช่ทางเลือกที่หลากหลายดังเช่นในปัจจุบันนี้  เราเชื่อในการแต่งงานระหว่างชายหนึ่งกับหญิงหนึ่งคน เท่านั้น 

และผมขอย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง หรือการต่อต้านสังคม แต่เป็นความจริงในพระคัมภีร์ที่ได้กล่าวไว้ และจะไม่มีการประนีประนอมเป็นอันขาด

เป็นการเลือกที่จะยืนหยัดในสิ่งที่พระคัมภีร์กล่าว

 

นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะหนี แต่เป็นเวลาที่เราจะต้องยืนขึ้น กล้าหาญและเข้มแข็ง นี่ไม่ใช่เวลาถอย แต่เป็นเวลาเดินหน้า มันไม่ใช่เวลาที่เราจะต้องขอโทษเมื่อเราคิดต่าว  แต่เป็นเวลาที่เราจะต้องปกป้องความเชื่อของเรา

 

ในภาพยนตร์สายลับสมัยเก่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแนวของศัตรูจะพยายามทำตัวผสมผสานกลมกลืนกับประชาชน ซ่อนตัวไว้ไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตา แต่นั่นไม่ใช่การทรงเรียกในสมัยของเรา 

ในสมัยของเรานี้ก่อนเวลาที่พระคริสต์จะเสด็จมาเพื่อคริสตจักรของพระองค์ เราไม่ได้ถูกเรียกให้กลมกลืน แต่ถูกเรียกให้โดดเด่น เหมือนเมืองบนเนินเขาที่มองเห็นได้ไกลหลายไมล์ เราไม่ได้ถูกเรียกให้นิ่งเฉย แต่ถูกเรียกให้ป่าวประกาศ

 

และที่สำคัญที่สุด เราไม่ได้ถูกเรียกให้เหนียมอายในการประกาศความเชื่อของเรา แต่ให้คว้าโอกาสนี้ไว้ในการนำเสนอข่าวประเสริฐแห่งความรอดในพระเยซูคริสต์ ด้วยความกล้าหาญ ความชัดเจน และมีเมตตา

 

เมื่อเราทำเช่นนี้ บางคนจะตอบสนองในทางที่ดีและมีศรัทธา แต่บางคนก็อาจจะไม่ 

ดังพระธรรม 2 คร 2:14-16

แต่ขอบพระคุณพระเจ้า ผู้ทรงนำเราด้วยความมีชัยในขบวนฉลองชัยเสมอมาในพระคริสต์ และพระองค์ประทานกลิ่นหอมที่เกิดจากการรู้จักพระองค์ ให้ปรากฏทั่วทุกแห่งโดยเรา เพราะว่าเราเป็นกลิ่นหอมหวานที่พระคริสต์ถวายแด่พระเจ้าในหมู่คนที่กำลังจะรอด และในหมู่คนที่กำลังจะพินาศ สำหรับพวกหนึ่งเป็นกลิ่นของความตายที่นำไปสู่ความตาย และอีกพวกหนึ่งเป็นกลิ่นของชีวิตที่นำไปสู่ชีวิต ใครเล่าเหมาะสมกับพันธกิจที่กล่าวมานี้

 

    3.  จงสำแดงชีวิตให้ดังกว่าคำพูด

ชีวิตของคนเราก็เหมือนดังกลิ่นหอม ฉันแพ้โคโลญจ์และน้ำหอมส่วนใหญ่ เมื่อฉันเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าและมีคนที่เคาน์เตอร์ต้องการจะฉีดอะไรบางอย่างกับฉัน ฉันจะรีบยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ไม่ ขอบคุณ” 

 

แต่ถ้าฉันได้โคโลญจ์นั้นมา ฉันจะต้องรีบล้างออกในทันที บางคนที่ใส่โคโลญจน์มากๆ แล้วมา กอดคุณ บางทีคุณอาจจะยังได้กลิ่นพวกเขาไปอีก สองถึงสามวัน  

 

แน่นอนว่ายังมีกลิ่นอื่น ๆ ที่ไม่น่าอภิรมย์เท่าไรนัก  ดังเช่นวันก่อนโจนาธานลูกชายของฉันทำขนมปังกระเทียมชีส ไม่มีอะไรหอมไปกว่ากลิ่นกระเทียมเมื่อกำลังปรุงอีกแล้ว ฉันทานไปหนึ่งชิ้น นั่นก็น่าจะดีอยู่แล้ว
แต่หลังจากทานไปถึงชิ้นที่สาม ฉันปวดท้องอย่างรุนแรง และวันน้ันทั้งวันผู้คนจะต้องทุกข์ทรมานเพราะกลิ่นกระเทียมจากปากของฉัน 

 

พระกิตติคุณก็เป็นเช่นนั้น เมื่อบางคนได้ยินพระกิตติคุณ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เตรียมหัวใจของพวกเขาไว้แล้ว  พระกิตติคุณนั้นก็มีกลิ่นหอมมากสำหรับพวกเขา เมื่อคุณบอกพวกเขาเกี่ยวกับความรักของพระเยซู พวกเขาจะพูดว่า “ฉันดีใจที่ได้ยิน ฉันรักสิ่งนี้ ฉันต้องการสิ่งนี้ ช่วยเล่าให้ฉันฟังอีกเพิ่มเติมได้หรือไม่ ”

แต่ในขณะที่บางคน แม้ได้ยินข้อความเดียวกันแต่กลับพูดว่า “นี่ไม่น่าจะใช่นะ  ฉันรำคาญสิ่งเหล่านี้  และคุณกำลังทำให้ฉันขุ่นเคืองใจ” 

ข้อความเดียวกันที่เป็นเหมือนกลิ่นหอมสำหรับบางคน ก็อาจเป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจสำหรับบางคนได้เช่นกัน

 

งานของเราคือ การดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสัตย์ซื่อและนำเสนอความจริงด้วยความเมตตาและความอ่อนสุภาพ  ยืนหยัดที่จะพูดความจริงในพระคำของพระเจ้าออกมา ไม่ว่าผู้คนจะตอบสนองอย่างไร และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเย้ยหยันหรือปฏิเสธ

ก่อนที่เราจะสามารถพูดความจริงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องดำเนินชีวิตอยู่ในความจริงนั้นก่อน 

 

ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าคริสเตียนที่หน้าซื่อใจคด คุณอาจแปลกใจที่ได้ยินผมพูดแบบนี้ เพราะสำหรับบางคน อาจจะมีคนพูดว่า  “ได้โปรดอย่าสั่งสอนพระกิตติคุณเลยหากคุณกำลังดำเนินชีวิตขัดแย้งกับสิ่งที่คุณเชื่ออยู่”

หากคุณยังไม่ได้พยายามดำเนินชีวิตในฐานะผู้ติดตามพระเยซู ก็จงเก็บสิ่งนี้ไปใช้กับตัวคุณเถิด 

โลกในทุกวันนี้ โหยหาคนที่เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่เพียงคำพูดที่ท่องจำกันมา

 

แปลและเรียบเรียงจาก บทความของ อ. Greg Laurie

 

—-

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า

เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!