ผู้เชื่อในพระคริสต์กับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก | SAOG PODCAST ENDTIMES |

ผู้เชื่อในพระคริสต์กับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก
Christians and the Tribulation
พระเยซูจะทรงช่วยคนของพระองค์ให้รอดพ้นจากพระพิโรธของพระเจ้า
ผมได้อ่านหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์และวาระสิ้นยุค ศิษยาภิบาลและนักศาสนศาสตร์หลายท่านมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเงื่อนเวลา การตีความหมายเชิงสัญลักษณ์ และองค์ประกอบอื่นๆ ในสิ่งที่พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ ทำให้มีแนวความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกิดขึ้นมากมาย
และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้อ่านหนังสือบางเล่มที่พยายามโน้มน้าวให้เชื่อว่าคริสเตียนจะต้องเข้าไปสู่ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบากนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่าคริสเตียนจะถูกรับขึ้นไปก่อนเหตุการณ์กลียุค และคริสเตียนจะต้องอดทนต่อความทุกข์ยากในช่วงเวลา 7 ปีนั้น
และผู้เขียนท่านนี้ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกแนวคิดนึงว่า ผู้เชื่ออาจจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหนือธรรมชาติให้รอดพ้นจากการกดขี่ข่มเหงของปฏิปักษ์พระคริสต์ เฉกเช่นเดียวกันกับที่พระเจ้าเคยปกป้องคุ้มครองชาวยิวในแผ่นดินโกเชน เมื่อพระองค์ได้พิพากษาชนชาติอียิปต์
แน่นอนว่าท่านที่เคยฟังคำสอนของผมในช่วงหลังๆ หรือดูวีดีโอที่ผมสอน หรืออ่านบทความเหล่านี้ ก็คงจะทราบว่าผมไม่เห็นด้วยกับคำสอนเหล่านี้ ผมขอใช้โพสต์นี้เพื่อโต้แย้งกับแนวคิดทั้งสองนั้น
1.ผู้เชื่อจะต้องประสบกับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากหรือไม่ ?
พระคัมภีร์สำแดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระเยซูจะทรงช่วยคนของพระองค์ให้รอดพ้นจากช่วงเวลาแห่งพระพิโรธของพระเจ้า อาจารย์เปาโลได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ใน 1 เธสะโลนิกา:
“เพราะคนเหล่านั้นร่ำลือกันว่าพวกท่านให้การต้อนรับเราดีขนาดไหน และกล่าวถึงการที่ท่านได้ละทิ้งรูปเคารพและหันมาหาพระเจ้า เพื่อรับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และเที่ยงแท้ และรอคอยพระบุตรของพระเจ้าจากสวรรค์ ซึ่งพระองค์ทรงให้เป็นขึ้นจากตาย คือพระเยซูผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธที่จะมีมาภายหน้านั้น”
—1 เธสะโลนิกา 1:9-10
พระเยซูทรงช่วยเราให้พ้นจาก “พระพิโรธที่กำลังจะมาถึง” อาจารย์เปาโลเขียนย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งในจดหมายฉบับเดียวกันถึงชาวเธสะโลนิกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อที่ท่านกล่าวถึง “เวลาและฤดูกาล” และ “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ที่จะมาถึง ท่านสอนให้สาวกของพระเยซูเฝ้าระวังและจับตามองอย่างใกล้ชิด:
“แต่เมื่อเราเป็นของเวลากลางวันแล้วก็ให้เรามีสติ จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก และสวมความหวังที่จะได้ความรอดเป็นหมวกเหล็ก เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระพิโรธ แต่สำหรับการรับความรอด โดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพื่อว่าถึงจะตื่นอยู่หรือจะหลับ เราจะได้มีชีวิตกับพระองค์ เพราะฉะนั้นจงหนุนใจกัน และต่างคนต่างจงเสริมสร้างกันขึ้น ตามอย่างที่พวกท่านกำลังทำอยู่นั้น”
—1 เธสะโลนิกา 5:8-11
พระเยซูเองก็ได้ตรัสสอนเรื่องนี้เช่นเดียวกันในพระธรรม ลูกาบทที่ 21 เป็นข้อความเกี่ยวกับวาระสิ้นยุคที่ชัดเจนที่สุดตอนหนึ่งในพระคัมภีร์ พระเยซูให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองที่จะเกิดขึ้นในตอนท้าย พระองค์กำลังพูดถึงช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากนั่นเอง
และในบริบทนั้น พระองค์บอกให้เราเฝ้าระวังอธิษฐาน เพื่อว่าเราจะสามารถรอดพ้นจากช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นและยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ได้:
“จงระวังตัวให้ดี เกรงว่าใจของท่านจะเต็มล้นไปด้วยการเสเพล การเมาเหล้า และการห่วงกังวลถึงชีวิตนี้ แล้วเวลานั้นจะมาถึงท่านโดยไม่คาดฝัน เหมือนอย่างกับดัก เพราะว่าวันนั้นจะมาถึงทุกคนที่อยู่ทั่วพื้นแผ่นดินโลก แต่จงเฝ้าระวังอยู่ทุกเวลา จงอธิษฐานเพื่อพวกท่านจะมีกำลังรอดพ้นเหตุการณ์ทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นนั้น และจะยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้”
—ลูกา 21:34-36
สังเกตว่าพระเยซูไม่ได้บอกให้เราอธิษฐานเพื่อว่าเราจะสามารถอดทนต่อเหตุการณ์ความทุกข์ยากเหล่านั้นได้ แต่พระองค์บอกให้เราอธิษฐานเพื่อเราจะรอดพ้นจากสิ่งนั้น
หนังสือวิวรณ์ก็ได้ใช้คำว่า พระพิโรธของพระเจ้า เมื่อพูดถึงความทุกข์ยากลำบากครั้งยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับคำสอนของพระเยซูและเปาโล
“แล้วกษัตริย์ทั้งหลายในโลก พวกคนใหญ่คนโต บรรดานายทหารใหญ่ พวกเศรษฐี พวกผู้มีอำนาจ และทุกคนทั้งที่เป็นทาสหรือเสรีชน ต่างซ่อนตัวอยู่ในถ้ำและโขดหินตามภูเขา พวกเขาร้องบอกกับภูเขาและโขดหินว่า “จงล้มทับเราเถิด จงซ่อนเราไว้ ให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระที่นั่ง และจากพระพิโรธของพระเมษโปดก เพราะว่าวันสำคัญแห่งพระพิโรธของพระองค์มาถึงแล้ว และใครจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้เล่า”
—วิวรณ์ 6:15-17
ความทุกข์ยากลำบากครั้งยิ่งใหญ่นี้ไม่ใช่การพิพากษา แต่เป็นพระพิโรธของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ที่เทลงมาเหนือโลกที่ปฏิเสธพระองค์และกบฏต่อพระองค์ ถึงแม้ว่าจะมีการช่วยชีวิตผู้คนในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากนี้ แต่มันจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ
เหตุใดอาจารย์เปาโลจึงเขียนเกี่ยวกับวันนั้นและบอกให้เราปลอบใจกันและกันด้วยข้อความนี้ ? เป็นเพราะท่านกำลังแบ่งปันความจริงที่ยอดเยี่ยมว่าพระเยซูจะทรงช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่คุณจะปลอบโยนกันและกัน ด้วยการบอกว่าเราจะผ่านความทุกข์ยากไป ไม่มีใครที่อ่านคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือวิวรณ์แล้วจะรู้สึกสบายใจว่าพวกเขาจะสามารถใช้ชีวิตผ่านพ้นช่วงเวลานั้นไปได้
หนังสือวิวรณ์กล่าวถึงกลุ่มผู้เชื่อในพระเยซูไว้ดังนี้ :
“หลังจากนั้นมา ข้าพเจ้าเห็น และนี่แน่ะ มหาชนที่ไม่มีใครนับจำนวนได้ ที่มาจากทุกประชาชาติ ทุกเผ่า ทุกชนชาติและทุกภาษา ยืนอยู่หน้าพระที่นั่งและเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีขาว และถือใบตาลอยู่ในมือ พวกเขาร้องเสียงดังว่า “ความรอดขึ้นอยู่กับพระเจ้าของเราผู้ประทับบนพระที่นั่ง และขึ้นอยู่กับพระเมษโปดก””
—วิวรณ์ 7:9-10
ผู้เขียนกล่าวถึงผู้เชื่อเหล่านี้ว่าเป็น “คนจำนวนมากที่นับไม่ได้” ซึ่งหมายถึงว่าจะมีคนจำนวนมหาศาลจากทุกประเทศบนโลก ที่รอดพ้นมาจากช่วงเวลาทุกข์ยากเหล่านี้
2.คริสเตียนจะได้รับการปกป้องในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากหรือไม่ ?
พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งพระคุณและให้โอกาสเสมอ ในพระคัมภีร์ระบุว่าจะมีโอกาสที่ผู้คนจะได้รับความรอดในช่วงความทุกข์ยาก หนังสือวิวรณ์พูดถึงชาวยิว 144,000 คนที่เหลืออยู่ ดังที่อธิบายไว้ในวิวรณ์ 7 และ 14 พระเจ้ามอบหมายให้ชาวยิวเหล่านี้แบ่งปันข่าวประเสริฐไปทั่วโลก เนื่องจากอิทธิพลของพวกเขา ผู้คนที่เหลืออยู่จะถูกนำมาถึงพระคริสต์แม้จะต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวในช่วงเวลาเหล่านั้น
ดาเนียลพยากรณ์ว่าปฏิปักษ์พระคริสต์จะข่มเหงและ “ทำสงคราม” กับวิสุทธิชนของพระเจ้า:
“เมื่อข้าพเจ้ามองดู เขานี้ทำสงครามกับบรรดาผู้บริสุทธิ์และชนะ จนกว่าผู้เจริญด้วยวัยวุฒิเสด็จมาถึง การพิพากษาถูกมอบให้แก่บรรดาผู้บริสุทธิ์ขององค์ผู้สูงสุดนั้น และเวลากำหนดได้มาถึงที่บรรดาผู้บริสุทธิ์จะรับราชอาณาจักร “ท่านผู้นั้นกล่าวดังนี้ว่า ‘เรื่องสัตว์ตัวที่สี่นั้น จะมีราชอาณาจักรที่สี่บนพิภพ ซึ่งจะผิดกับราชอาณาจักรทั้งสิ้น และจะกินทั้งพิภพนี้เสีย และเหยียบพิภพลง และทำให้เป็นชิ้นๆ ส่วนเรื่องเขาสิบเขานั้น จากราชอาณาจักรนี้จะมีกษัตริย์ 10 องค์เกิดขึ้น และมีกษัตริย์อีกองค์หนึ่งเกิดขึ้นภายหลัง แตกต่างจากกษัตริย์ที่มีมาก่อน และจะโค่นกษัตริย์เสีย 3 องค์ ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์ผู้สูงสุด และจะข่มเหงบรรดาผู้บริสุทธิ์ขององค์ผู้สูงสุดนั้น และจะคิดเปลี่ยนแปลงวาระและธรรมบัญญัติต่างๆ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่าน ตลอดหนึ่งวาระ สองวาระ กับครึ่งวาระ”
—ดาเนียล 7:21-25
วิวรณ์ยังชี้ถึงประเด็นนี้ว่า การข่มเหงเป็นวิธีหนึ่งที่ปฏิปักษ์พระคริสต์จะพยายามควบคุมโลก รวมถึงผู้ที่ติดตามพระเยซูและปฏิเสธที่จะรับเครื่องหมายของสัตว์ร้าย:
“ข้าพเจ้าเห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นได้รับมอบอำนาจในการพิพากษา ข้าพเจ้าเห็นดวงวิญญาณของคนทั้งหลายที่ถูกตัดศีรษะเพราะการเป็นพยานถึงพระเยซู และเพราะพระวจนะของพระเจ้า พวกเขาไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายหรือรูปของมัน และไม่ได้รับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา เขาทั้งหลายกลับมีชีวิตขึ้นอีกและครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาหนึ่งพันปี”
—วิวรณ์ 20:4
ดังนั้นทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ระบุอย่างชัดเจนว่าวิสุทธิชนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากจะถูกข่มเหงและถูกฆ่าให้ตายโดยปฏิปักษ์พระคริสต์
3.คำปลอบโยนแห่งการช่วยเหลือจากพระเจ้า
เมื่อทราบสิ่งนี้แล้ว ผมรู้สึกซาบซึ้งใจที่ผู้เชื่อจะถูกพระเยซูรับขึ้นไปก่อนช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากจะเริ่มต้นขึ้น เราจะรอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดของความทุกข์ยากและพระพิโรธของพระเจ้า ผมรู้สึกขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งนี้
น่าเศร้าใจที่บางคนมัวแต่ประวิงเวลาไม่ยอมรับพระคริสต์เสียจนเมื่อถึงเหตุการณ์ถูกรับขึ้นไป ทำให้เขาต้องผ่านความทุกข์ทรมานจากการกดขี่ข่มเหงที่น่ากลัวนี้ หรือแม้กระทั่งจะต้องยอมตาย หากพวกเขาปฏิเสธที่จะนมัสการปฏิปักษ์พระคริสต์ สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้นให้เราเป็นแบบอย่างในการเชื่อพระเยซูต่อไป มีกำลังใจในการแบ่งปันความหวังในพระเจ้าให้กับเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานของเราต่อไป ก่อนที่จะสายเกินไป
นี่เป็นเหตุผลที่ผมเขียน Where Are the Missing People? หรือ พวกเขาหายไปไหน? ขึ้นมา เพื่อหนุนใจให้คนรีบมาเชื่อพระเยซูก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์การถูกรับขึ้นไป และสามารถทิ้งหนังสือนี้ไว้ให้ผู้คนที่จะมาค้นพบในภายหลัง
ผมขอเน้นย้ำความจริงนี้อีกครั้ง : เราไม่ได้ถูกกำหนดไว้สำหรับพระพิโรธของพระเจ้า เราถูกกำหนดไว้สำหรับงานเลี้ยงของพระเมษโปดก
อีกไม่นานโลกจะต้องผ่าน 7 ปีแห่งนรกบนดิน แต่เราจะผ่าน 7 ปีนี้ไปด้วยความปีติยินดีอยู่ต่อพระพักตร์พระเยซู ผมรู้สึกขอบคุณมากสำหรับคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการถูกรับขึ้นไปบนฟ้าอากาศ มันทำให้เรารู้ล่วงหน้าถึงอนาคตเพื่อที่เราจะได้รับกำลังใจและปลอบโยนกันในยามยากลำบาก
แปลและเรียบเรียงจากบทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์
—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง
Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1
—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!

ใส่ความเห็น