7 สัญญาณว่าคุณรู้จักพระเยซู

 จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นคริสเตียนแท้

 

หนึ่งในคำอุปมาที่ลึกซึ้ง และกระตุ้นเตือนให้ฉุกคิดเกี่ยวกับวาระสุดท้าย คือคำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีสิบคน ที่พระเยซูได้สำแดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของผู้เชื่อครึ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ 

 

 คำสอนประเภทนี้มัก ดึงดูดความสนใจของพวกคุณ  ได้เป็นอย่างดี อุปมานี้ได้กล่าวไว้ในพระธรรมมัทธิว 25 :1-13 ดังนี้:

 

““เวลานั้น แผ่นดินสวรรค์จะเปรียบเหมือนหญิงพรหมจารีสิบคนถือตะเกียงของตน ออกไปรับเจ้าบ่าว เป็นคนโง่ห้าคน และเป็นคนมีปัญญาห้าคน คนโง่เหล่านั้นเอาตะเกียงของตนไปแต่ไม่ได้เอาน้ำมันไปด้วย คนที่มีปัญญานั้นเอาน้ำมันใส่ขวดไปกับตะเกียงของตนด้วย เมื่อเจ้าบ่าวมาช้า ก็พากันง่วงเหงาและหลับไป เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็มีเสียงร้องว่า ‘เจ้าบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถิด’ หญิงพรหมจารีทั้งหมดนั้นก็ลุกขึ้นตกแต่งตะเกียงของตน บรรดาคนโง่ก็พูดกับพวกที่มีปัญญาว่า ‘ขอแบ่งน้ำมันของพวกท่านบ้าง เพราะตะเกียงของเราจวนจะดับอยู่แล้ว’ พวกที่มีปัญญาจึงตอบว่า ‘น่ากลัวน้ำมันจะไม่พอสำหรับเราและพวกท่าน จงไปหาคนขาย แล้วซื้อสำหรับตัวเองจะดีกว่า’ ระหว่างที่เขาทั้งหลายออกไปซื้อ เจ้าบ่าวก็มาถึง พวกที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ไปกับท่านในงานสมรส แล้วประตูก็ปิด ภายหลังหญิงพรหมจารีอีกห้าคนก็มาร้องว่า ‘ท่านเจ้าคะ ขอเปิดให้เราด้วย’ แต่ท่านตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราไม่รู้จักท่าน’ เพราะฉะนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู้กำหนดวันหรือเวลานั้น”

‭‭—-มัทธิว‬ ‭25:1-13‬ 

 

หญิงพรหมจารีสิบคนในอุปมานี้

เป็นตัวแทนของคริสตจักร 

องค์เจ้าบ่าวคือองค์พระเยซูคริสต์  สิ่งที่พระเยซูตรัสอย่างชัดเจนคือจะมีคริสตจักรครึ่งหนึ่งที่ไม่พร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซู  ครึ่งหนึ่งของคริสตจักรเป็นผู้เชื่อปลอม เป็นคนของโลก ไม่ได้เป็นสาวกแท้ของพระเยซู

 

 พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ที่เชื่อในพระเยซู แต่พวกเขาไม่ได้เป็นของพระองค์

 

 พวกเขาคิดว่าพวกเขารู้จักพระองค์  แต่กลับกลายเป็นพระองค์บอกว่าไม่รู้จักพวกเขา

 

นี่จะเป็นเรื่องจริงของการแรปเจอร์ คือคนที่คิดว่าจะถูกรับขึ้นไปกลับถูกทิ้งไว้  เพราะผู้ที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูเท่านั้นที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์

 

คุณอาจจะถามว่าแล้วฉันจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?  ฉันจะรู้และมั่นใจได้อย่างไร?

มี 7 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณเป็นผู้เชื่อแท้ในพระเยซูคริสต์

 

สัญญาณที่ 1  : คำสารภาพจากปากของคุณ

 

 คุณจะต้องสารภาพด้วยปากของคุณเองว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า  นี่คือสิ่งที่อาจารย์เปาโลเขียนในโรม 10:

 

 …คือว่าถ้าท่านจะยอมรับด้วยปากของท่านว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่า พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด 10 เพราะว่าการเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด—โรม 10:9-10

 

 คำสารภาพนี้หมายถึงการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าในชีวิตของคุณ  เราต้องมอบชีวิตของเราให้กับพระองค์และยอมจำนนต่อสิทธิอำนาจของพระองค์

 

 ข้อพระคัมภีร์ข้างต้นจะนำไปสู่สัญญาณที่สองว่าคุณรู้จักพระเยซู

 

สัญญาณที่ 2 : ความเชื่อ

 นอกจากการสารภาพบาปแล้ว คุณต้องเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นหนทางเดียวสู่ความรอด—ทางเดียวที่จะไปถึงพระเจ้าพระบิดา มีหลักคำสอนนอกรีตในคริสตจักรปัจจุบันที่เรียกว่าหลักการสากลนิยม คำสอนเหล่านี้บอกว่าไม่สำคัญว่าคุณเชื่อหรือนับถือศาสนาอะไร คุณอาจจะเป็นมุสลิม เป็นพุทธ ไม่เชื่อพระเจ้า หรือเป็นพวกบูชาซาตาน ไม่ว่าคุณจะเชื่อสิ่งใด ถนนทุกสายนำไปสู่เส้นทางเดียวกัน และจะนำคุณไปถึงความรอดได้ในทุกเส้นทาง 

 

แต่การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูไม่ได้บอกเช่นนั้น พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า การวายพระชนม์ของพระองค์ก็เพื่อชดใช้บาปของเรา คุณต้องเชื่อสิ่งนี้ในหัวใจของคุณ ดังที่อาจารย์เปาโลเขียนไว้ข้างต้น หากคุณไม่เชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู แสดงว่าคุณกำลังพูดด้วยความหมายที่มีนัยยะสำคัญว่า “ฉันไม่เชื่อว่าการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเป็นหนทางเดียวที่จะไปถึงพระเจ้าพระบิดาได้” 

 

สัญญาณที่ 3 : ชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่

 

ชีวิตของคุณได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่หลังจากที่ได้รับความรอดหรือไม่? ชีวิตของผู้เชื่อที่แท้จริงจะเปลี่ยนไปหลังจากที่ยอมรับพระคริสต์เข้ามาในชีวิต อาจารย์เปาโลเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพระธรรม 2 โครินธ์ :

 

 ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น —2 โครินธ์ 5:17

 

 นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นคนสมบูรณ์แบบ  มันหมายความว่าคุณแตกต่างออกไปจากเดิม ผมได้รับความรอดเมื่ออายุ 19 ปี ก่อนหน้านั้นผมไม่มีความเกรงกลัวในบาป ผมพูดสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในโลกและไม่ได้รู้สึกแย่เลยกับสิ่งที่ผมทำลงไป ผมเคยเป็นคนผิดศีลธรรม ดื้อรั้น กบฎต่อพระเจ้า และปากร้าย  

 

ผมได้รับความรอด 1 สัปดาห์ก่อนที่คาเรนและผมจะแต่งงานกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นได้ทันทีก็คือ เมื่อผมพูดคำหยาบ ผมจะรู้สึกแย่กับมันมาก ผมจะรู้สึกผิดทันที และในที่สุดผมก็หยุดพูดคำแช่งสาปทั้งหมดโดยสิ้นเชิง สำหรับบางคนอาจดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับผมนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และผู้คนรอบตัวผมก็สังเกตเห็นได้ชัดเจน

 

สัญญาณที่ 4 : การได้ยินเสียง

 

พระเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์ว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงของพระองค์ หรืออย่างน้อยๆ ก็จะสัมผัสการทรงสถิตย์ของพระองค์ได้ นี่คือสิ่งที่พระองค์สอนพวกเขาในยอห์นบทที่ 10

 

24พวกยิวก็พากันมาห้อมล้อมพระองค์และทูลว่า “ท่านจะให้เราสงสัยไปอีกนานแค่ไหน? ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ก็จงบอกให้ชัดเจนเถิด” 25พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “เราบอกพวกท่านแล้วแต่ท่านไม่เชื่อ สิ่งที่เราทำในพระนามพระบิดาของเราก็เป็นพยานให้กับเรา 26แต่พวกท่านไม่เชื่อเพราะท่านไม่ได้เป็นแกะของเรา 27แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นก็ตามเรา 28เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะทั้งหลาย แกะเหล่านั้นจะไม่มีวันพินาศและจะไม่มีใครแย่งชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้  —ยอห์น 10:24-28

 

พระเจ้าตรัสกับเรา  เราเป็นแกะของพระองค์ และเราเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของผู้เลี้ยงของเรา  สิ่งนี้ดูเหมือนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล  บางคนมีนิมิตทางฝ่ายวิญญาณ เช่น เปาโลเห็นนิมิตในระหว่างทางไปดามัสกัส  ส่วนคนอื่นๆ ได้ยินเสียงของพระเจ้า  บางคนได้รับการสัมผัสที่ชัดเจนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา หรือรู้สึกถึงการทรงนำของพระเจ้าไปในทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ

 

 แน่นอน พระเจ้าพูดภาษาของคุณ  พระองค์ไม่ได้พูดกับคุณในแบบเดียวกับที่พระองค์ตรัสกับผม แต่ถ้าคุณเป็นคริสเตียน คุณควรได้ยินพระสุรเสียงและสัมผัสการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตของคุณได้

 

สัญญาณที่ 5 : ดำเนินชีวิตอยู่ในพระคุณ

 

คริสเตียนคือผู้ที่เชื่อว่าเราได้รับความรอดโดยพระคุณไม่ใช่ด้วยการกระทำของเรา — ไม่ใช่ด้วยการเป็นคนดีเพียบพร้อม จากผลสำรวจในงานวิจัยของ One Pew Research เมื่อปี 2017 ค้นพบว่า

 

…คริสเตียนโปรเตสแตนท์ในสหรัฐอเมริกาเกือบครึ่งหนึ่งในปัจจุบัน (46%) กล่าวว่า ความเชื่ออย่างเดียวเท่านั้นที่จำเป็นสำหรับความรอด (เป็นความเชื่อที่มาจากการปฏิรูปคริสตศาสนาโปรเตสแตนท์ในศตวรรษที่ 16 เป็นที่รู้จักในภาษาละตินว่า โซลา ฟีเด) แต่คริสเตียนเกินครึ่ง (52%) กล่าวว่า ความเชื่อต้องประกอบด้วยการกระทำที่ดีควบคู่กันไปเพื่อจะไปถึงสวรรค์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่มาจากประวัติศาสตร์สายคาทอลิค

 

เมื่อนึกถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่พระเยซูกล่าวไว้ในคำอุปมาของหญิงพรหมจารีย์ทั้ง 10 คน ซึ่ง 5 คนในนั้นเป็นหญิงโง่

 

และครึ่งหนึ่งของคริสเตียนยุคปัจจุบันที่ต่างเชื่อกันว่าพวกเขาสามารถไปสวรรค์ได้โดยความดีของพวกเขา หากสิ่งนี้นำเราไปสู่สวรรค์ แล้วความตายและการฟื้นขึ้นจากตายของพระเยซูก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

 

คุณจะได้รับความรอดหรือไม่ได้รับ หากคุณคิดว่าคุณเป็นคนดีพอที่จะได้รับความรอด คุณก็ยังไม่ได้รู้จักพระเยซูอย่างแท้จริง

ดังในพระธรรมเอเฟซัส

 

4แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์ 5ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ) 6และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์ 7เพื่อว่าในยุคต่อๆ ไป พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์ 8เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า 9ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้ —เอเฟซัส 2:4-9

 

สัญญาณที่ 6 : ยอมจำนนต่อพระคำของพระเจ้า

 

ในยอห์นบทที่ 1 และวิวรณ์บทที่ 19 พระเยซูถูกเรียกว่าพระวจนะของพระเจ้า  หากคุณไม่มีความสัมพันธ์กับพระคำของพระเจ้า แสดงว่าคุณไม่มีความสัมพันธ์กับพระเยซู  พระเยซูตรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ในยอห์น 8: ว่า

 

31พระเยซูจึงตรัสกับพวกยิวที่วางใจในพระองค์ว่า “ถ้าพวกท่านยึดมั่นในคำสอนของเรา ท่านก็เป็นสาวกของเราอย่างแท้จริง 32และพวกท่านจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านเป็นไท—ยอห์น 8:31-32

 

งานวิจัยสำรวจอีกอันนึงที่ผมเคยเห็น กล่าวไว้ว่า 59 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกันไม่เชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นพระคำที่มีสิทธิอำนาจและเป็นความจริงแท้ของพระเจ้า  พวกเขาไม่เชื่อว่ามีกฎทางศีลธรรมที่สมบูรณ์  พวกเขาไม่เชื่อว่าความจริงอันเที่ยงแท้มีอยู่จริง

 

หากความจริงในพระคัมภีร์ทำให้คุณไม่สบายใจหรือทำให้คุณรู้สึกอับอาย นั่นเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า คนที่ปฏิเสธสิทธิอำนาจของพระเจ้านั้นไม่ใช่คริสเตียนแท้  คุณมีความเชื่อในพระคำของพระเจ้าอย่างแท้จริงหรือไม่?  คุณยอมรับพระคำของพระเจ้าหรือไม่?

 

สัญญาณที่ 7: ความรัก

 

ผู้เชื่อที่แท้จริงในพระเยซูจะรักคริสตจักร ครอบครัวของพระเจ้า  นี่คือสิ่งที่พระเยซูตรัสไว้ในยอห์น 13:

 

เรา​ให้​บัญ​ญัติ​ใหม่​ไว้​กับ​พวก​ท่าน คือ​ให้​รัก​ซึ่ง​กัน​และ​กัน เรา​รัก​พวก​ท่าน​มา​แล้ว​อย่าง​ไร ท่าน​ก็​จง​รัก​กัน​และ​กัน​ด้วย​อย่าง​นั้น ถ้า​ท่าน​รัก​กัน​และ​กัน ดัง​นี้​แหละ​ทุก​คน​ก็​จะ​รู้​ว่าท่าน​เป็น​สา​วก​ของ​เรา”—ยอห์น 13:34-35

 

ในพระธรรม 1 ยอห์นยังกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า 

 

ถ้า​ใคร​กล่าว​ว่า “ข้าพ​เจ้า​รัก​พระ​เจ้า” แต่​ใจ​ยัง​เกลียด​ชัง​พี่​น้อง​ของ​ตน เขา​เป็น​คน​พูด​มุสา เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​ไม่​รัก​พี่​น้อง​ของ​ตน​ที่​มอง​เห็น​แล้ว จะ​รัก​พระ​เจ้า​ที่​มอง​ไม่​เห็น​ไม่​ได้ พระ​บัญ​ญัติ​นี้​เรา​ได้​มา​จาก​พระ​องค์ คือ​ให้​คน​ที่​รัก​พระ​เจ้า​นั้น​รัก​พี่​น้อง​ของ​ตน​ด้วย—1 ยอห์น 4:20-21

 

เป็นคำที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา  ผมเข้าใจดีว่า บางคนนั้นยากที่จะรัก แม้แต่ในคริสตจักรเองก็ตาม พระเจ้ารักพวกเขา แต่ในความเป็นมนุษย์มันช่างยากนักที่จะมีความอดทนและพระคุณ เราทุกคนต่างเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่หากคุณเป็นคริสเตียนแท้ คุณจะรักครอบครัวของพระเจ้า คุณจะมีความห่วงใยและเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมความเชื่อ 

 

การปฏิบัติตัวของคุณต่อผู้อื่นนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสัมพันธ์ของคุณกับพระเยซูคริสต์ หากคุณมีชีวิตแท้ในพระคริสต์ คุณจะปฏิบัติตัวกับผู้อื่นอย่างดี เพราะการทำร้ายผู้อื่นนั้นไม่ใช่วิถีทางของพระเยซูเลย

 

เตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซู

 

คำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีทั้ง 10 คนนั้นได้ย้ำเตือนผม และผมหวังว่าจะย้ำเตือนพวกคุณเช่นกัน คำอุปมานี้เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์โดยตรง  

 

เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับนรกและสวรรค์ เป็นการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างการถูกรับขึ้นไปและการต้องอดทนต่อความน่าสะพรึงกลัวใน 7 ปีกลียุคแห่งความทุกข์ยากครั้งยิ่งใหญ่ 

 

คนรอบตัวเราอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์ แต่พวกเขาจะต้องประหลาดใจอย่างมากเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา และอาจจะตรัสกับพวกเขาว่า “เราไม่รู้จักเจ้า” 

 

อย่าละเลยความจริงเหล่านี้เพื่อย้ำเตือนคุณให้เตรียมพร้อม คุณรู้จักพระองค์อย่างแท้จริงไหม? และพระเยซูทรงรู้จักคุณรึเปล่า?

 

แปลจากบทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์

 

—-

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า

เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!