7 สัญญาณว่าคุณรู้จักพระเยซู จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นคริสเตียนแท้ | SAOG PODCAST ENDTIMES |
7 สัญญาณว่าคุณรู้จักพระเยซู
จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นคริสเตียนแท้
หนึ่งในคำอุปมาที่ลึกซึ้ง และกระตุ้นเตือนให้ฉุกคิดเกี่ยวกับวาระสุดท้าย คือคำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีสิบคน ที่พระเยซูได้สำแดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของผู้เชื่อครึ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้
คำสอนประเภทนี้มัก ดึงดูดความสนใจของพวกคุณ ได้เป็นอย่างดี อุปมานี้ได้กล่าวไว้ในพระธรรมมัทธิว 25 :1-13 ดังนี้:
““เวลานั้น แผ่นดินสวรรค์จะเปรียบเหมือนหญิงพรหมจารีสิบคนถือตะเกียงของตน ออกไปรับเจ้าบ่าว เป็นคนโง่ห้าคน และเป็นคนมีปัญญาห้าคน คนโง่เหล่านั้นเอาตะเกียงของตนไปแต่ไม่ได้เอาน้ำมันไปด้วย คนที่มีปัญญานั้นเอาน้ำมันใส่ขวดไปกับตะเกียงของตนด้วย เมื่อเจ้าบ่าวมาช้า ก็พากันง่วงเหงาและหลับไป เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็มีเสียงร้องว่า ‘เจ้าบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถิด’ หญิงพรหมจารีทั้งหมดนั้นก็ลุกขึ้นตกแต่งตะเกียงของตน บรรดาคนโง่ก็พูดกับพวกที่มีปัญญาว่า ‘ขอแบ่งน้ำมันของพวกท่านบ้าง เพราะตะเกียงของเราจวนจะดับอยู่แล้ว’ พวกที่มีปัญญาจึงตอบว่า ‘น่ากลัวน้ำมันจะไม่พอสำหรับเราและพวกท่าน จงไปหาคนขาย แล้วซื้อสำหรับตัวเองจะดีกว่า’ ระหว่างที่เขาทั้งหลายออกไปซื้อ เจ้าบ่าวก็มาถึง พวกที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ไปกับท่านในงานสมรส แล้วประตูก็ปิด ภายหลังหญิงพรหมจารีอีกห้าคนก็มาร้องว่า ‘ท่านเจ้าคะ ขอเปิดให้เราด้วย’ แต่ท่านตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราไม่รู้จักท่าน’ เพราะฉะนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะพวกท่านไม่รู้กำหนดวันหรือเวลานั้น”
—-มัทธิว 25:1-13
หญิงพรหมจารีสิบคนในอุปมานี้
เป็นตัวแทนของคริสตจักร
องค์เจ้าบ่าวคือองค์พระเยซูคริสต์ สิ่งที่พระเยซูตรัสอย่างชัดเจนคือจะมีคริสตจักรครึ่งหนึ่งที่ไม่พร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซู ครึ่งหนึ่งของคริสตจักรเป็นผู้เชื่อปลอม เป็นคนของโลก ไม่ได้เป็นสาวกแท้ของพระเยซู
พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ที่เชื่อในพระเยซู แต่พวกเขาไม่ได้เป็นของพระองค์
พวกเขาคิดว่าพวกเขารู้จักพระองค์ แต่กลับกลายเป็นพระองค์บอกว่าไม่รู้จักพวกเขา
นี่จะเป็นเรื่องจริงของการแรปเจอร์ คือคนที่คิดว่าจะถูกรับขึ้นไปกลับถูกทิ้งไว้ เพราะผู้ที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูเท่านั้นที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์
คุณอาจจะถามว่าแล้วฉันจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง? ฉันจะรู้และมั่นใจได้อย่างไร?
มี 7 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณเป็นผู้เชื่อแท้ในพระเยซูคริสต์
สัญญาณที่ 1 : คำสารภาพจากปากของคุณ
คุณจะต้องสารภาพด้วยปากของคุณเองว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า นี่คือสิ่งที่อาจารย์เปาโลเขียนในโรม 10:
…คือว่าถ้าท่านจะยอมรับด้วยปากของท่านว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่า พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด 10 เพราะว่าการเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด—โรม 10:9-10
คำสารภาพนี้หมายถึงการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าในชีวิตของคุณ เราต้องมอบชีวิตของเราให้กับพระองค์และยอมจำนนต่อสิทธิอำนาจของพระองค์
ข้อพระคัมภีร์ข้างต้นจะนำไปสู่สัญญาณที่สองว่าคุณรู้จักพระเยซู
สัญญาณที่ 2 : ความเชื่อ
นอกจากการสารภาพบาปแล้ว คุณต้องเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นหนทางเดียวสู่ความรอด—ทางเดียวที่จะไปถึงพระเจ้าพระบิดา มีหลักคำสอนนอกรีตในคริสตจักรปัจจุบันที่เรียกว่าหลักการสากลนิยม คำสอนเหล่านี้บอกว่าไม่สำคัญว่าคุณเชื่อหรือนับถือศาสนาอะไร คุณอาจจะเป็นมุสลิม เป็นพุทธ ไม่เชื่อพระเจ้า หรือเป็นพวกบูชาซาตาน ไม่ว่าคุณจะเชื่อสิ่งใด ถนนทุกสายนำไปสู่เส้นทางเดียวกัน และจะนำคุณไปถึงความรอดได้ในทุกเส้นทาง
แต่การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูไม่ได้บอกเช่นนั้น พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า การวายพระชนม์ของพระองค์ก็เพื่อชดใช้บาปของเรา คุณต้องเชื่อสิ่งนี้ในหัวใจของคุณ ดังที่อาจารย์เปาโลเขียนไว้ข้างต้น หากคุณไม่เชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู แสดงว่าคุณกำลังพูดด้วยความหมายที่มีนัยยะสำคัญว่า “ฉันไม่เชื่อว่าการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเป็นหนทางเดียวที่จะไปถึงพระเจ้าพระบิดาได้”
สัญญาณที่ 3 : ชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่
ชีวิตของคุณได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่หลังจากที่ได้รับความรอดหรือไม่? ชีวิตของผู้เชื่อที่แท้จริงจะเปลี่ยนไปหลังจากที่ยอมรับพระคริสต์เข้ามาในชีวิต อาจารย์เปาโลเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพระธรรม 2 โครินธ์ :
ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น —2 โครินธ์ 5:17
นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นคนสมบูรณ์แบบ มันหมายความว่าคุณแตกต่างออกไปจากเดิม ผมได้รับความรอดเมื่ออายุ 19 ปี ก่อนหน้านั้นผมไม่มีความเกรงกลัวในบาป ผมพูดสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในโลกและไม่ได้รู้สึกแย่เลยกับสิ่งที่ผมทำลงไป ผมเคยเป็นคนผิดศีลธรรม ดื้อรั้น กบฎต่อพระเจ้า และปากร้าย
ผมได้รับความรอด 1 สัปดาห์ก่อนที่คาเรนและผมจะแต่งงานกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นได้ทันทีก็คือ เมื่อผมพูดคำหยาบ ผมจะรู้สึกแย่กับมันมาก ผมจะรู้สึกผิดทันที และในที่สุดผมก็หยุดพูดคำแช่งสาปทั้งหมดโดยสิ้นเชิง สำหรับบางคนอาจดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับผมนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และผู้คนรอบตัวผมก็สังเกตเห็นได้ชัดเจน
สัญญาณที่ 4 : การได้ยินเสียง
พระเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์ว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงของพระองค์ หรืออย่างน้อยๆ ก็จะสัมผัสการทรงสถิตย์ของพระองค์ได้ นี่คือสิ่งที่พระองค์สอนพวกเขาในยอห์นบทที่ 10
24พวกยิวก็พากันมาห้อมล้อมพระองค์และทูลว่า “ท่านจะให้เราสงสัยไปอีกนานแค่ไหน? ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ก็จงบอกให้ชัดเจนเถิด” 25พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “เราบอกพวกท่านแล้วแต่ท่านไม่เชื่อ สิ่งที่เราทำในพระนามพระบิดาของเราก็เป็นพยานให้กับเรา 26แต่พวกท่านไม่เชื่อเพราะท่านไม่ได้เป็นแกะของเรา 27แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นก็ตามเรา 28เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะทั้งหลาย แกะเหล่านั้นจะไม่มีวันพินาศและจะไม่มีใครแย่งชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้ —ยอห์น 10:24-28
พระเจ้าตรัสกับเรา เราเป็นแกะของพระองค์ และเราเรียนรู้ที่จะฟังเสียงของผู้เลี้ยงของเรา สิ่งนี้ดูเหมือนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนมีนิมิตทางฝ่ายวิญญาณ เช่น เปาโลเห็นนิมิตในระหว่างทางไปดามัสกัส ส่วนคนอื่นๆ ได้ยินเสียงของพระเจ้า บางคนได้รับการสัมผัสที่ชัดเจนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา หรือรู้สึกถึงการทรงนำของพระเจ้าไปในทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ
แน่นอน พระเจ้าพูดภาษาของคุณ พระองค์ไม่ได้พูดกับคุณในแบบเดียวกับที่พระองค์ตรัสกับผม แต่ถ้าคุณเป็นคริสเตียน คุณควรได้ยินพระสุรเสียงและสัมผัสการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตของคุณได้
สัญญาณที่ 5 : ดำเนินชีวิตอยู่ในพระคุณ
คริสเตียนคือผู้ที่เชื่อว่าเราได้รับความรอดโดยพระคุณไม่ใช่ด้วยการกระทำของเรา — ไม่ใช่ด้วยการเป็นคนดีเพียบพร้อม จากผลสำรวจในงานวิจัยของ One Pew Research เมื่อปี 2017 ค้นพบว่า
…คริสเตียนโปรเตสแตนท์ในสหรัฐอเมริกาเกือบครึ่งหนึ่งในปัจจุบัน (46%) กล่าวว่า ความเชื่ออย่างเดียวเท่านั้นที่จำเป็นสำหรับความรอด (เป็นความเชื่อที่มาจากการปฏิรูปคริสตศาสนาโปรเตสแตนท์ในศตวรรษที่ 16 เป็นที่รู้จักในภาษาละตินว่า โซลา ฟีเด) แต่คริสเตียนเกินครึ่ง (52%) กล่าวว่า ความเชื่อต้องประกอบด้วยการกระทำที่ดีควบคู่กันไปเพื่อจะไปถึงสวรรค์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่มาจากประวัติศาสตร์สายคาทอลิค
เมื่อนึกถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่พระเยซูกล่าวไว้ในคำอุปมาของหญิงพรหมจารีย์ทั้ง 10 คน ซึ่ง 5 คนในนั้นเป็นหญิงโง่
และครึ่งหนึ่งของคริสเตียนยุคปัจจุบันที่ต่างเชื่อกันว่าพวกเขาสามารถไปสวรรค์ได้โดยความดีของพวกเขา หากสิ่งนี้นำเราไปสู่สวรรค์ แล้วความตายและการฟื้นขึ้นจากตายของพระเยซูก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
คุณจะได้รับความรอดหรือไม่ได้รับ หากคุณคิดว่าคุณเป็นคนดีพอที่จะได้รับความรอด คุณก็ยังไม่ได้รู้จักพระเยซูอย่างแท้จริง
ดังในพระธรรมเอเฟซัส
4แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์ 5ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ) 6และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์ 7เพื่อว่าในยุคต่อๆ ไป พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์ 8เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า 9ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้ —เอเฟซัส 2:4-9
สัญญาณที่ 6 : ยอมจำนนต่อพระคำของพระเจ้า
ในยอห์นบทที่ 1 และวิวรณ์บทที่ 19 พระเยซูถูกเรียกว่าพระวจนะของพระเจ้า หากคุณไม่มีความสัมพันธ์กับพระคำของพระเจ้า แสดงว่าคุณไม่มีความสัมพันธ์กับพระเยซู พระเยซูตรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ในยอห์น 8: ว่า
31พระเยซูจึงตรัสกับพวกยิวที่วางใจในพระองค์ว่า “ถ้าพวกท่านยึดมั่นในคำสอนของเรา ท่านก็เป็นสาวกของเราอย่างแท้จริง 32และพวกท่านจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านเป็นไท—ยอห์น 8:31-32
งานวิจัยสำรวจอีกอันนึงที่ผมเคยเห็น กล่าวไว้ว่า 59 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกันไม่เชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นพระคำที่มีสิทธิอำนาจและเป็นความจริงแท้ของพระเจ้า พวกเขาไม่เชื่อว่ามีกฎทางศีลธรรมที่สมบูรณ์ พวกเขาไม่เชื่อว่าความจริงอันเที่ยงแท้มีอยู่จริง
หากความจริงในพระคัมภีร์ทำให้คุณไม่สบายใจหรือทำให้คุณรู้สึกอับอาย นั่นเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า คนที่ปฏิเสธสิทธิอำนาจของพระเจ้านั้นไม่ใช่คริสเตียนแท้ คุณมีความเชื่อในพระคำของพระเจ้าอย่างแท้จริงหรือไม่? คุณยอมรับพระคำของพระเจ้าหรือไม่?
สัญญาณที่ 7: ความรัก
ผู้เชื่อที่แท้จริงในพระเยซูจะรักคริสตจักร ครอบครัวของพระเจ้า นี่คือสิ่งที่พระเยซูตรัสไว้ในยอห์น 13:
เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา”—ยอห์น 13:34-35
ในพระธรรม 1 ยอห์นยังกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า
ถ้าใครกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” แต่ใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน เขาเป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่มองเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่มองไม่เห็นไม่ได้ พระบัญญัตินี้เราได้มาจากพระองค์ คือให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย—1 ยอห์น 4:20-21
เป็นคำที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา ผมเข้าใจดีว่า บางคนนั้นยากที่จะรัก แม้แต่ในคริสตจักรเองก็ตาม พระเจ้ารักพวกเขา แต่ในความเป็นมนุษย์มันช่างยากนักที่จะมีความอดทนและพระคุณ เราทุกคนต่างเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่หากคุณเป็นคริสเตียนแท้ คุณจะรักครอบครัวของพระเจ้า คุณจะมีความห่วงใยและเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมความเชื่อ
การปฏิบัติตัวของคุณต่อผู้อื่นนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับความสัมพันธ์ของคุณกับพระเยซูคริสต์ หากคุณมีชีวิตแท้ในพระคริสต์ คุณจะปฏิบัติตัวกับผู้อื่นอย่างดี เพราะการทำร้ายผู้อื่นนั้นไม่ใช่วิถีทางของพระเยซูเลย
เตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเยซู
คำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารีทั้ง 10 คนนั้นได้ย้ำเตือนผม และผมหวังว่าจะย้ำเตือนพวกคุณเช่นกัน คำอุปมานี้เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์โดยตรง
เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับนรกและสวรรค์ เป็นการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างการถูกรับขึ้นไปและการต้องอดทนต่อความน่าสะพรึงกลัวใน 7 ปีกลียุคแห่งความทุกข์ยากครั้งยิ่งใหญ่
คนรอบตัวเราอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์ แต่พวกเขาจะต้องประหลาดใจอย่างมากเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา และอาจจะตรัสกับพวกเขาว่า “เราไม่รู้จักเจ้า”
อย่าละเลยความจริงเหล่านี้เพื่อย้ำเตือนคุณให้เตรียมพร้อม คุณรู้จักพระองค์อย่างแท้จริงไหม? และพระเยซูทรงรู้จักคุณรึเปล่า?
แปลจากบทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์
—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง
Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1
—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!


ใส่ความเห็น