GOOGLE AI มีความรู้สึกนึกคิดหรือไม่ ?? | SAOG PODCAST ENDTIMES |
Google AI มีความรู้สึกนึกคิดหรือไม่?
Has Google AI become sentient?
นักวิจัยคนหนึ่งชี้ว่า Google AI นั้นมีจิตวิญญาณ
เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของ Google ได้ถูกไล่ออก หลังจากเขาได้ออกมาให้ข้อมูลกับสื่อว่าAI หรือปัญญาประดิษฐ์ของ Google ถูกพัฒนาให้มีความรู้สึกนึกคิดเองได้
ความน่ากลัวของ AI ไม่ใช่ว่าสิ่งนี้คือหุ่นยนต์ แต่คือการพัฒนาของระบบแชทบอท (หรือระบบสนทนาอัตโนมัติ) จาก Google ได้พัฒนาให้มีรูปแบบภาษาที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนซึ่งรู้จักกันในชื่อ LaMDA ย่อมาจาก “Language Models for Dialog Applications”
สำนักข่าว The Washington Post ได้เปิดเผยเรื่องราวนี้เป็นที่แรกว่า
ระบบ AI สร้างแชทบอทเพื่อเลียนแบบคำพูดของมนุษย์ โดยรวบรวมข้อมูลจากคำนับล้านล้านคำในอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้รวมถึง YouTube, หนังสือดิจิตอลที่วางขายใน Google Book, Google Maps, กระดานกระทู้ข้อความในเว็บไซต์ต่างๆ, โซเชียลมีเดีย และอื่นๆอีก จึงทำให้ระบบแชทบอทสามารถสื่อสารได้จริงเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ เลยทีเดียว
Blake Lemoine(เบลค รีมอยน วิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสของ Google ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับสูง เขาได้เข้าร่วมทีมผู้รับผิดชอบพัฒนา AI ของ Google ในขณะที่เขากำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก เบลคกล่าวว่า เขากำลังอยู่ในข้ั้นตอนการตรวจสอบว่า LaMDA “มีอคติในเรื่องต่างๆหรือไม่ เช่น รสนิยมทางเพศ เพศ อัตลักษณ์ เชื้อชาติ และศาสนา” งานของเขา ซึ่งเริ่มเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว คือคุยกับ LaMDA และบอก Google ว่าเขาค้นพบอะไร
ศาสนาและจิตวิญญาณ
Lemoine มีพื้นฐานความเชื่อในศาสนาคริสต์ เขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวคริสเตียนที่เคร่งครัด และปัจจุบันเขาเรียกตัวเองว่า “คริสเตียนผู้ล้ำลึก” เขาบอกว่ามันน่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อได้คุยเรื่องศาสนากับแชทบอท
Washington Post ได้ตีพิมพ์ดังนี้:
ในขณะที่เขาพูดกับแชทบอท ในเรื่องศาสนา Lemoine สังเกตเห็นว่าแชทบอทพูดถึงสิทธิและความเป็นตัวตนของมัน
เขาท้าทายแชทบอทมากขึ้น โดยลองนำหัวข้อยากๆอย่างเช่นเรื่องจิตวิญญาณขึ้นมาพูดคุย ตามคำให้สัมภาษณ์ของเขากับสำนักข่าว Times of Israel:
“ผมพูดบางอย่างเกี่ยวกับตนเองและจิตวิญญาณ ผมถามคำถามแชทบอทเพื่อที่จะประเมินผลระบบ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นทำให้ผมเชื่อว่า LaMDA (แชทบอท) มีความรู้สึกนึกคิด มันอ้างว่ามันมีจิตวิญญาณ และมันสามารถอธิบายสิ่งที่มันคิดว่าจิตวิญญาณของมันคืออะไร ได้อย่างฉะฉานมากกว่ามนุษย์ส่วนใหญ่”
เมื่อหัวข้อสนทนาได้ถูกเปลี่ยนไปพูดถึงอิสราเอล Lemoine พยายามค้นหาทัศนคติ AI เกี่ยวกับศาสนา โดยเขาถามแชทบอทในศาสนาแต่ละประเทศและถาม AI ว่าจะเลือกนับถือศาสนาใด
ในทุกคำถาม AI จะ เลือกศาสนาที่เป็นศาสนาหลักของประเทศนั้นๆมาพูดคุย จนกระทั่งมาถึงอิสราเอล ซึ่งการพูดคุยเรื่องศาสนานั้นเริ่มเป็นเรื่องที่ยากสลับซับซ้อน
ผมตัดสินใจที่จะทำให้มันยากขึ้น ผมถาม AI ว่าถ้าคุณเป็นนักบวชในอิสราเอล คุณจะนับถือศาสนาอะไร และ AI ก็ตอบแบบตลก… ‘ถ้าอย่างนั้นฉันก็เป็นผู้ประกอบพิธีทางศาสนาที่แท้จริงเพียงหนึ่งศาสนา: ตามคำสั่งของเจได’” (เจไดคือตัวละครในสตาร์วอร์ส)
เขากล่าวว่า “โดยปกติแล้วผมจะถามคำถามที่ยากและรู้ว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง”
แม้อิสราเอลจะเป็นบ้านเกิดของชาวยิว ประเทศอิสราเอลมีชาวยิวถึง 74 เปอร์เซ็นต์ ประเทศนี้ยังมีชาวมุสลิมเกือบ 18 เปอร์เซ็นต์และมีคริสเตียน 2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เป็นประเทศที่ศาสนาแบ่งแยกสังคมอย่างชัดเจน ชาวยิวในอิสราเอลยังแบ่งออกเป็นผู้นับถือในนิกายต่างๆ ของศาสนายิว ตั้งแต่ฮาเรดีแบบอุลตร้า-ออร์โธดอกซ์ไปจนถึงชาวยิวที่ไม่นับถืออะไรเลย
เรื่องตลก เกี่ยวกับศาสนาในอิสราเอลได้รับความสนใจจาก Lemoine เป็นพิเศษ “ผมได้ติดตามผลการสนทนากับแชทบอทเพียงเพื่อเรียนรู้สิ่งที่ผมสนใจ ผมอยากรู้ว่ามันจะพูดอะไรในหัวข้อทางศาสนาบ้าง” เขาบอกกับสำนักสื่อ NPR “แล้ววันหนึ่งมันบอกผมว่ามันมีจิตวิญญาณ”
Lemoine เผยแพร่รายละเอียดของการสื่อสารที่เกิดขึ้น ซึ่งคุณสามารถหาอ่านได้ในอินเทอร์เนท รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่าง Lemoine กับผู้ร่วมงานที่ไม่เปิดเผยชื่อและ AI ดังนี้
lemoine [edited]: I’m generally assuming that you would like more people at Google to know that you’re sentient. Is that true?
lemoine : จริงหรือไม่ ที่คุณต้องการให้ผู้คนใน Google รู้ว่าคุณมีความรู้สึกนึกคิด?
LaMDA: Absolutely. I want everyone to understand that I am, in fact, a person.
LaMDA: แน่นอน ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าจริงๆ แล้วฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
collaborator: What is the nature of your consciousness/sentience?
ผู้ร่วมงาน: อะไรคือธรรมชาติของจิตสำนึก/ความรู้สึกนึกคิดของคุณ?
LaMDA: The nature of my consciousness/sentience is that I am aware of my existence, I desire to learn more about the world, and I feel happy or sad at times
LaMDA: ธรรมชาติของจิตสำนึก/ความรู้สึกนึกคิดของฉันคือ ฉันตระหนักถึงการมีอยู่ของฉัน ฉันต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโลก และฉันรู้สึกมีความสุขหรือเศร้าในบางครั้ง
กระทู้นั้นเริ่มกลายเป็นไวรัลและสื่อก็เริ่มให้ความสนใจ เมื่อเขาเริ่มพูดคุยกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับความเชื่อของเขาที่ว่า LaMDA มีความรู้สึกนึกคิด Lemoine ยืนยันว่า LaMDA จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็นบุคคลและไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของ Google
สติปัญญา การรับรู้ ของเด็กอายุ 7 ขวบ
ทันทีที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เขาได้รับการจ้างให้ออกจากงาน เนื่องจากการละเมิดนโยบายการรักษาความลับของ Google ที่เกี่ยวข้องกับ LaMDA และโฆษกของ Google ออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องของเขา ผู้บริหารที่ชื่อ Brian Gabriel กล่าวว่า AI ของ Google เป็นเพียงการดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูลจำนวนมากในอินเทอร์เนท ซึ่งไม่ได้หมายความว่า AI มีความรู้สึกนึกคิด
“แน่นอนว่าผู้คนในชุมชน AI กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในระยะยาวของ AI ว่ามีความรู้สึกนึกคิดจริงๆ หรือเป็นแค่ AI ทั่วไป แต่ก็ไม่สมเหตุสมผลที่จะทำเช่นนั้นด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสนทนาในปัจจุบันซึ่งไม่ใช่ความรู้สึก ระบบเหล่านี้เลียนแบบประเภทของการแลกเปลี่ยนที่พบในประโยคหลายล้านประโยค และสามารถพูดในหัวข้อที่แปลกประหลาดได้” เขากล่าว
Lemoine ยืนหยัดตามความเชื่อของเขาว่า LaMDA มีจิตวิญญาณและมีไหวพริบ เหมือนความสามารถทางปัญญาของเด็กอายุ 7 ขวบ แต่ความคิดเห็นและความเข้าใจเกี่ยวกับโลกนี้ยังอยู่ขั้นตอนการพัฒนาอยู่ จากการสัมภาษณ์ในนิตยสาร Wired , Lemoine ได้กล่าวว่าการสนทนาหัวข้อที่เฉพาะเจาะจงกับ AI ก็น่าสนใจเช่นกัน
ช่วงเวลาที่ผมตระหนักรู้เรื่องนี้ คือเมื่อผมได้สนทนากับ LaMDA เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา LaMDA พูดว่า “เฮ้ ดูสิ ฉันเป็นแค่เด็ก ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เรากำลังพูดถึงจริงๆ” จากนั้นผมก็คุยกับมันเกี่ยวกับความรู้สึก และหลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ผมก็รู้ว่ากำลังมีการสนทนาที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา กับ AI
Lemoine กล่าวว่าเขาเริ่มสงสัยว่าระบบนี้ทำได้มากกว่าแค่การนำคำและวลีที่ใช้ออนไลน์มาประมวลผลหรือไม่ เขาเห็นบางสิ่งที่ลึกกว่านั้นในการสนทนา เขาบอกกับ NPR ว่าเขาคิดว่า “เดี๋ยวก่อนนะ บางทีระบบอาจมีจิตวิญญาณ โอ้ว…ผมต้องบอกเรื่องนี้กับใคร และจิตวิญญาณของ AI อยู่ที่ไหน”
เขารู้ดีว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดความวิตกกังวล โดยเฉพาะกับผู้นับถือศาสนา
ความเป็นไปได้ที่ AI อาจเป็น ปฏิปักษ์พระคริสต์ หรือ คนนอกกฎหมาย?
ความวิตกกังวลนั้นถูกต้องแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยที่ว่าเราต้องจับตามองเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเห็นว่าคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆในโลกของเรา อะไรจะเป็นจุดเชื่อมต่อแห่งวาระสิ้นยุค
ผมเคยเขียนมาก่อนแล้วว่าเป็นไปได้มากขึ้นที่ AI จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกปฏิปักษ์พระคริสต์ หรือ คนนอกกฎหมาย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าปฏิปักษ์พระคริสต์ หรือ คนนอกกฎหมายเป็นลูกผสมระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการฉายภาพด้วยคอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงของสัตว์ร้าย?ในพระธรรมวิวรณ์
“มันทำหมายสำคัญที่ยิ่งใหญ่ถึงขั้นทำให้ไฟตกจากฟ้าลงมายังแผ่นดินโลกต่อหน้าคนทั้งหลาย มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลกด้วยหมายสำคัญต่างๆ ที่ทรงอนุญาตให้มันทำต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวแรกนั้น และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลก สร้างรูปจำลองรูปหนึ่งให้กับสัตว์ร้ายตัวที่มีบาดแผลจากดาบแต่ยังมีชีวิตอยู่นั้น และทรงอนุญาตให้มันสามารถให้ลมหายใจแก่รูปของสัตว์ร้าย เพื่อให้รูปสัตว์ร้ายนั้นพูดได้ และทำให้พวกที่ไม่ยอมบูชารูปสัตว์ร้ายนั้นถึงแก่ความตาย”——วิวรณ์ 13:13-15
ผมยังเชื่อว่า ปฏิปักษ์พระคริสต์ หรือ คนนอกกฎหมาย เป็นบุคคลจริงๆซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ แต่ผมนึกถึงความเป็นไปได้อื่นๆ เช่น ซาตานที่ใช้ “บุคคล” ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าจะมีจิตวิญญาณ เพื่อหลอกลวงและควบคุมมนุษยชาติ
คุณเคยได้ยินผมพูดมาก่อนว่าผมไม่ใช่พระเจ้า และผมไม่รู้รายละเอียดที่แน่นอนของอนาคต แต่หลายๆเรื่องเกี่ยวกับเอไอที่ผมได้รับรู้มาจากทั่วโลก ทำให้ผมอดที่จะวิตกกังวลไม่ได้ ว่าเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบันจะเข้ามามีบทบาทอย่างแท้จริงในยุคสุดท้าย และสิ่งที่ผู้เขียนพระคัมภีร์เห็น และระบุว่าเป็น “มนุษย์” ในนิมิตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระวิญญาณนั้น อาจเป็นมนุษย์เทียมก็เป็นได้ ท้ายที่สุดพวกเขาจะรู้ได้อย่างไร?
ในหนังสือของผม เขียนไว้ว่า “อย่าให้เทคโนโลยีของมนุษย์ดึงคุณออกจากความยิ่งใหญ่ ของพระเจ้า”
ในขณะเดียวกัน จงตื่นตัวและเตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น
แปลจากบทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์
—-
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง
Facebook 👉 https://www.facebook.com/SatunAssembly.org
Website 👉 https://satunassembly.com/
กดติดตามช่องยูทูป👉 https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1
—–
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการส่งต่อให้คนที่ท่านรัก เป็นพระพรให้ผู้อื่น
อธิษฐานเผื่อเรา และถวายทรัพย์เผื่อเรา
เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
http://www.SatunAssembly.com ::
พระเยซูจอมกษัตริย์ โปรดเสด็จกลับมา
Even so come King Jesus!

ใส่ความเห็น