10 เหตุผล | ทำไมแรปเจอร์ต้องมาก่อน 7 ปีกลียุคเท่านั้น | มุมมองทางศาสนศาสตร์

เหตุผล 10 ข้อ ทำไมแรปเชอร์ต้องมาก่อน 7 ปีกลียุคเท่านั้น
ผมได้ยินคนมากมายพูดกันนับครั้งไม่ถ้วนว่า “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุคนั้น (Pre-Tribulational Rapture)” ไม่จริง เพราะไม่มีหลักฐานในพระคัมภีร์” ผมคิดว่า เราคงอ่านพระคัมภีร์กันคนละเล่ม! ผมจึงได้สรุปข้อโต้แย้งที่ถกเถียงกันมา 10 ข้อ ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจกระจ่างยิ่งขึ้น
ก่อนที่ผมจะเริ่ม ผมอยากให้คุณเข้าใจตรงนี้ก่อนว่า เมื่อผมพูดถึง Rapture ผมใช้คำซึ่งมาจากภาษาละตินจากข้อพระคัมภีร์ 1 เธสะโลนิกา 4:17 เป็นภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวจากคำภาษาละตินว่า rapturo (แรปตูโร่) ในวลี พวกเรา “จะถูกรับขึ้นไป…พบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าบนฟ้าอากาศ” นักศาสนาศาสตร์พระคัมภีร์ผู้หนึ่งชื่อ Charles Rylie ชาร์ลส ไรลี่ กล่าวไว้ว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำที่ใช้ใน 1 เธสะโลนิกา 4:17 นั้น ชี้ให้เห็นชัดเจนถึงการฉวยผู้คนมากมายออกจากโลกขึ้นไปสู่สวรรค์”
ในบทความนี้ ผมจะกล่าวปกป้องพระคัมภีร์ที่พูดถึง “แรปเชอร์” หรือการถูกรับขึ้นไป ซึ่งจะเกิดขึ้นชัดเจนก่อน 7 ปีกลียุค และก่อนการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ สิ่งนี้อนุญาตให้ผู้เชื่อทั้งหลายในยุคปัจจุบันสามารถหลบหนีจาก “มหันตภัยแห่งความทุกข์ยากลำบากครั้งยิ่งใหญ่ หรือ great tribulation” (วิวรณ์ 7:14) ที่จะเขย่าโลกทั้งใบ ความหวังของผมก็คือไม่ใช่เพียงแค่ต้องการปลอบใจ หรือหนุนใจคุณเท่านั้น แต่เพื่อจะเสริมสร้างคุณให้พร้อมที่จะหนุนใจผู้อื่น ซึ่งไม่ได้ตระหนักถึงความงดงามของแรปเชอร์ หรือการถูกรับขึ้นไป
1) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะปกป้องเราจากพระพิโรธของพระเจ้า
พระเจ้าไม่ได้กำหนดให้คนของพระเจ้าต้องตกอยู่ภายใต้พระพิโรธ แต่กำหนดเราไว้สำหรับความรอด (1 เธสะโลนิกา 1:10) ในพระธรรมวิวรณ์ตลอดทั้งเล่ม พระพิโรธถูกกำหนดไว้สำหรับผู้ไม่เชื่อเท่านั้น แม้คำว่าพระพิโรธจะแปลมาจากภาษากรีก 2 คำ (Thumos (ธีมอส) กับ Orge (ออรีเย)) ทั้งสองคำต่างมีความหมายว่าพระเจ้าจะทรงปกป้องคนของพระองค์จากพระพิโรธทั้งสิ้น (Thumos (ธีมอส) กล่าวถึงใน วิวรณ์ 14:8-10, 19; 15:1, 7; 16:1, 19; 18:3; 19:15. และ Orge (ออรีเย) กล่าวถึงใน วิวรณ์ 6:16-17; 14:10; 16:19; 19:15.)
ความเข้าใจของเราได้รับการยืนยันจากพระสัญญาของพระเจ้าที่ไปถึงยังคริสตจักรแห่งเมืองฟิลาเดเฟีย เป็นคำสัญญาที่ลึกซึ้งเพื่อเราทุกคน “เพราะเหตุที่เจ้าได้ประพฤติตามคำของเรา คือให้มีความอดทน เราจะป้องกันเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจ ซึ่งจะมีทั่วทั้งโลก เพื่อจะลองใจคนทั้งปวงที่อยู่ในโลก” (วิวรณ์ 3:10)
สำคัญที่พระเยซูไม่ได้บอกเราว่าพระองค์จะทรงปกป้องเราเพียงแค่ “ผ่าน” การทดลอง แต่พระองค์จะทรงปกป้องเราพ้น “จาก” การทดลองทั้งหมด! และเพื่อไม่ให้มีข้อสงสัย พระองค์ตรัสว่าพระองค์จะทรงปกป้องเราพ้นจาก “ช่วงเวลา” ของการทดลอง เป็นไปไม่ได้ที่จะโต้แย้งว่าพระเจ้าจะทรงปกป้องเราจาก “ช่วงเวลา” ของการทดลองโดยการทำให้เราต้อง”ผ่าน”การทดลอง แน่นอน พระองค์จะไม่ทำอย่างนั้นเพราะเราไม่ได้ถูกกำหนดไว้สำหรับพระพิโรธ แต่สำหรับความรอด!
2) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะอธิบายถึงข้อพระคัมภีร์ที่ว่า พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา ในวันที่โลกนี้“ใช้ชีวิตกันตามปกติ” หรือ “business as usual”
พระเยซูบอกกับเราชัดเจนถึงช่วงเวลาของการถูกรับขึ้นไปหรือแรปเชอร์ ซึ่งจะเป็นเหมือนในสมัยของโนอาห์และโลท ผู้คนจะกินดื่ม สมรสกัน ซื้อขาย หว่านปลูก ก่อสร้าง เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน “บุตรมนุษย์จะมาปรากฎ” (ลูกา 17:27-30) หรือในอีกนัยหนึ่งคือ การถูกรับขึ้นไปหรือแรปเชอร์จะเกิดขึ้นก่อน 7 ปีกลียุคนั่นเอง เมื่อเหตุการณ์ในโลกที่ยังดูเหมือนปกติสุขทุกอย่าง และในเวลานั้น “จะมีคนนึงถูกรับไป (สู่สวรรค์) และอีกคนหนึ่ง ถูกละไว้ (บนโลก ให้เข้าสู่มหันตภัยกลียุค) ซึ่งอธิบายไว้ใน ลูกา 17:36
โลกหลังจากการถูกรับขึ้นไปจะไม่ได้เป็นโลกที่ปกติธรรมดาอีกต่อไป เหมือนที่ผมเขียนในหนังสือของผม “หลังจาก 7 ปีกลียุคจบสิ้นลง จะมีคนเป็นพันล้านต้องตาย และโลกใบนี้จะเต็มไปด้วยซากแห่งควันไฟอันคุกรุ่นหลังจากต้องเผชิญ 7 ปีแห่งความน่ากลัวสยดสยองของพระพิโรธแห่งการพิพากษาของพระเจ้า ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่า “ใช้ชีวิตกินดื่มกันตามปกติ” อีกต่อไป
3) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะเป็นคำตอบสำหรับงานมงคลสมรสของพระเมษโปดก
งานแต่งงาน หรือพิธีมงคลสมรสของพระเมษโปดก ถูกเอ่ยถึงใน วิวรณ์ 19:7-9 ซึ่งพระเยซูได้ทรงสัญญาไว้ใน ยอห์น 14:1-4 เป็นเหตุการณ์ที่สอดคล้องกับประเพณีงานแต่งงานของชาวยิว ดังนี้
- เหมือนอย่างที่เจ้าบ่าวชาวยิวจะละทิ้งบ้านของเขา เพื่อเดินทางไปยังบ้านของเจ้าสาว และนำสินสอดทองหมั้นไปให้หล่อนนั้น พระเยซูได้ละทิ้งบ้านบนสวรรค์ มาอาศัยอยู่ในโลก และจ่ายสินสอดทองหมั้นที่ไม้กางเขน
- เหมือนอย่างที่พันธสัญญาได้ทำสัตย์สาบานผ่านเหล้าองุ่น เช่นเดียวกันพระเยซูได้มอบอาหารมื้อสุดท้าย หรือมหาสนิทแก่เราทุกคนในพันธสัญญาใหม่
- เหมือนอย่างที่เจ้าบ่าวจะต้องกลับสู่บ้านของบิดาเพื่อจัดเตรียมห้องไว้สำหรับเจ้าสาวของเขา เช่นเดียวกันพระเยซูจะต้องกลับสู่บ้านบนสวรรค์ของพระบิดา เพื่อ”จัดเตรียมที่ไว้สำหรับเราทุกคน” (ยอห์น 14:3)
- เหมือนอย่างที่เจ้าบ่าวจะต้องกลับมารับเจ้าสาวในเวลาที่ไม่คาดคิดถึงนั้น เช่นเดียวกันพระเยซูได้บอกกับเจ้าสาวของพระองค์ คริสตจักรทั้งหลาย ให้เตรียมพร้อมในเวลาที่ไม่คาดคิดคาดฝันนั้น พระองค์จะเสด็จกลับมา (มัทธิว 24:44)
- เหมือนอย่างที่เจ้าบ่าวได้กลับมารับเจ้าสาวในที่สุด เพื่อจัดงานแต่งงานกับหล่อนที่บ้านของเจ้าบ่าวนั้น ซึ่งจะฉลองกันเป็นเวลาถึง 7 วัน เช่นเดียวกันพระเยซูจะกลับมารับบรรดาเจ้าสาวของพระองค์เพื่อไปจัดงานแต่งงานหรือพิธีมงคลสมรสกับพระเมษโปดกกับคริสตจักรของพระองค์ในช่วงระหว่าง 7 ปีกลียุค
ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! ในขณะที่โลกจะต้องทนทุกข์กับพระพิโรธของพระเจ้า คริสตจักรที่ถูกรับขึ้นไปนั้นจะได้พักสงบปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนขององค์พระเยซูคริสต์!
4) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะอธิบายถึงการหายตัวไปของคริสตจักรในช่วงมหันตภัย 7 ปีกลียุค ซึ่งปรากฎในวิวรณ์ 6-16
ในพระธรรมวิวรณ์ มีการเอ่ยถึงคำว่า “คริสตจักร” ถึง 19 ครั้งใน 3 บทแรก แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เอ่ยถึงอีกเลย นับแต่วิวรณ์บทที่ 4 เป็นต้นไปจนถึงบทที่ 21 กล่าวบรรยายถึงช่วง 7 ปีแห่งมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีการเอ่ยถึงคริสตจักรแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เพียงเท่านั้น แต่ในบทที่ 4 ยอห์นผู้เขียนวิวรณ์นั้นถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์เมื่อเขาได้ยินเสียงแตร (วิวรณ์ 4:1-2) ฟังดูคุ้นๆ หรือไม่?
“คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง…และด้วยเสียงแตรของพระเจ้าของพระเจ้า…(และเรา) จะถูกรับขึ้นไปในเมฆ…” (1 เธสะโลนิกา 4:16-17) คริสตจักรจะถูกรับขึ้นไปในบทที่ 4 ซึ่งอธิบายว่าคริสตจักรได้หายตัวไปจากโลกในช่วง 7 ปีกลียุคได้อย่างชัดเจน
บางคนอาจจะเถียงว่าการหายไปของคำว่า “คริสตจักร” ในช่วง 7 ปีกลียุคนั้นเป็นเพราะคริสตจักรเงียบ แต่บางครั้งความเงียบนั้นทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดใดใด ยกตัวอย่างเช่น เสียงคอรัสร้องเพลงสรรเสริญบนสวรรค์ กลับกลายเป็นเงียบไปถึงครึ่งชม. เมื่อพระเยซูทรงเปิดดวงตราดวงที่ 7 (วิวรณ์ 8:1)
พระเจ้าทรงตรัสผ่านความเงียบ สิ่งที่ผมกำลังหมายถึงนั้นไม่ใช่การโต้เถียงจากความเงียบ แต่คือการอธิบายความหมายที่มีเพียง “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะอธิบายได้อย่างกระจ่างแจ้ง
5) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่สมเหตุสมผล
จากแนวคิดทางศาสนศาสตร์ของพวกที่เชื่อในการถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดขึ้นหลัง 7 ปีกลียุค หรือ Post-Tribulational Rapture พวกเขาเชื่อว่า เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา พวกเราจะถูกรับขึ้นไปบนเมฆเพื่อพบกับพระเยซูเพียงชั่วครู่ แล้วก็จะกลับลงมาบนโลกอีกเพื่อทำสงครามอามาเกดด้อน แล้วความหมายที่แท้จริงของการถูกรับขึ้นไปหรือแรปเชอร์ อยู่ที่ไหน หากคุณเพียงถูกรับขึ้นไปเพื่อจะถูกส่งกลับมาบนโลกอย่างรวดเร็ว? หากเป็นกรณีนั้น ผมเชื่อว่าจะมีทนายความเกิดขึ้นท่ามกลางคนที่ได้รับการไถ่มากมาย เพราะว่าเพียงแค่คิดเช่นนั้นผมก็รู้สึกถึงความไม่สมเหตุสมผลขึ้นมาในทันใด!
6) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะอธิบายอาณาจักรพันปีของพระคริสต์จะมีประชากรอาศัยอยู่อย่างไร
หลังจากที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา พระองค์จะสถาปนาการครอบครองยุคพันปีบนโลกใบนี้ ยุครัชสมัยพันปีจะเป็นยุคทองที่พระเจ้าจะเติมเต็มพระสัญญาของพระองค์ต่อประชากรของพระองค์ คือชาวยิว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความตายและความทุกข์ทรมานอยู่บ้าง แม้ว่าจะอยู่ในขอบเขตที่จำกัดก็ตาม (ดูใน อิสยาห์ 65:20-25) ยุครัชสมัยพันปีจะรวมไปถึงผู้ไม่เชื่อที่ไม่ได้รับการฟื้นคืนชีพในกายใหม่ซึ่งจะอาศัยอยู่ในโลกภายใต้การครอบครองของพระเยซูคริสต์ (วิวรณ์ 20:7-9, เศคาริยาห์ 14)
สิ่งนี้จะสร้างปัญหาให้กับคนที่เชื่อในทฤษฎีที่ว่าการถูกรับขึ้นไปเกิดขึ้นหลัง 7 ปีกลียุค เพราะว่าเมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมานั้น พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูจะทำลายล้างคนทุกคนในโลกที่ไม่รู้จักพระองค์ (2 เธสะโลนิกา 1:5-10; วิวรณ์ 19:11-21) ดังนั้นคนเหล่านั้นที่ไม่เชื่อและไม่ได้รับกายใหม่ ซึ่งจะอาศัยอยู่ในโลกในช่วงรัชสมัยพันปีของพระคริสต์ พวกเขาจะมาจากไหน? เพราะว่าพวกเขาตายไปหมดแล้วในช่วงกลียุค และในสงครามอามาเก้ดด้อนไม่ใช่หรือ?
ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะแก้ปัญหาทางศาสนศาสตร์บกพร่อง กล่าวคือ อาณาจักรยุคพันปีจะเต็มไปด้วยประชากรผู้เชื่อที่เป็นขึ้นมาใหม่ที่ได้ถูกรับขึ้นไปและกลับมายังโลกร่วมกับพระเยซูคริสต์ รวมไปถึงผู้เชื่อที่ไม่ได้รับกายใหม่แต่รอดชีวิตในช่วง 7 ปีกลียุค ในไม่ช้า เหล่าผู้เชื่อที่ไม่ได้รับกายใหม่เหล่านี้จะเกิดลูก เกิดหลาน เกิดเหลน บ้างก็เป็นผู้ไม่เชื่อ ที่จะมีลูกหลานเป็นประชากรจำนวนมากในอาณาจักรยุคพันปี และท้ายที่สุดกลุ่มผู้ไม่เชื่อเหล่านี้จะก่อกบฎลุกขึ้นต่อสู้พระเยซูคริสต์ในท้ายที่สุด (วิวรณ์ 20:7-9)
7) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่จะแยกความแตกต่างระหว่างอิสราเอลและคริสตจักรได้อย่างชัดเจน
คริสตจักรตั้งอยู่ได้ก็เพราะอิสราเอล แต่คริสตจักรไม่สามารถแทนที่อิสราเอลได้ อิสราเอลและคริสตจักรเป็นกลุ่มคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้รับพระสัญญาที่แตกต่างกัน ได้รับกระบวนการแห่งการไถ่ที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งนี้ปรากฎชัดในโรม 9-11 ที่อัครทูตเปาโลประกาศว่าวันหนึ่ง “อิสราเอลทั้งหมดจะได้รับความรอด” หากอิสราเอลเป็นเหมือนกับคริสตจักร ประโยคนี้จะซ้ำซ้อนขึ้นมาในทันที
การรักษาความแตกต่างกันของพันธสัญญาของอิสราเอลและคริสตจักรนั้น จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจพระธรรมดาเนียล 9:24-27 ซึ่งกล่าวถึง การถูกรับขึ้นไปของคริสตจักรจากโลกใบนี้เพื่อที่พระเจ้าจะจัดการกับอิสราเอลในช่วง “สัปตะที่ 70” หรือสัปตะสุดท้าย ซึ่งก็หมายถึง 7 ปีกลียุค และแม้ว่าช่วง 7 ปีกลียุคจะเป็นช่วงเวลาแห่งความโหดร้ายรุนแรงและทุกข์ลำบากมาก แต่ก็จะเป็นช่วงเวลาที่พระเจ้าจะทำให้พระสัญญาแห่งการฟื้นฟูครั้งใหญ่มาถึงชาวยิวในวาระสุดท้าย
8) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าพระเยซูสามารถเสด็จกลับมาได้ทุกเมื่อ
พระเยซูตรัสซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเราควรคาดหวังให้พระองค์เสด็จกลับมาทุกเมื่อ แท้จริงแล้วพระองค์ตรัสไว้ด้วยซ้ำว่า ไม่มีใครรู้เรื่องวันหรือเวลานั้น “แม้แต่ทูตสวรรค์ในฟ้าสวรรค์ หรือพระบุตร รู้แต่พระบิดาเท่านั้น” (มาระโก 13:32) ชัดเจนว่าพระเยซูต้องการให้เราเตรียมพร้อมสำหรับแรปเชอร์เสมอ “ในทุกเวลา” พระองค์ตรัสย้ำอีกในข้อถัดมาว่า “จงเฝ้าระวังและอธิษฐาน เพราะพวกท่านไม่รู้ว่าวันนั้นหรือเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไหร่?”
สิ่งนี้ได้สร้างปัญหาให้กับคนที่เชื่อในทฤษฎีการถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดขึ้นหลัง 7 ปีกลียุค เพราะว่าพวกเขาเชื่อในหมายสำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาของพระเยซู ตามที่นักศาสนศาสตร์ Wayne Grudem เวย์น กรูเด้ม ซึ่งเชื่อในทฤษฎีนี้ได้กล่าวไว้ ดังนี้
- พวกเขาเชื่อว่าข่าวประเสริฐจะต้องถูกประกาศออกไปทั่วทุกประเทศทั่วโลก (มัทธิว 24:14)
- พวกเขาเชื่อว่า 7 ปีกลียุคจะต้องเกิดขึ้นก่อนการเสด็จกลับมาของพระเยซู (มัทธิว 24:15-22)
- พวกเขาเชื่อว่าพวกผู้เผยพระวจนะเท็จ จะทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์มากมาย (มัทธิว 24:23-24)
- พวกเขาเชื่อว่าจะมีหมายสำคัญบนท้องฟ้า (มัทธิว 24:29-30)
- พวกเขาเชื่อว่าจะมีการปรากฎตัวของคนนอกกฎหมาย ผู้ก่อการกบฎ หรือปฏิปักษ์พระคริสต์ (2 เธสะโลนิกา 2:1-10)
- พวกเขาเชื่อว่าอิสราเอลจะได้รับความรอด (โรม 11:12, 25-26)
ปัญหาของรายการที่กล่าวอ้างมาข้างต้น ซึ่งผมนำมาจากหนังสือศาสนศาสตร์ระบบของอ.กรูเด้ม หน้า 1097-1099 ก็คือเป็นการนำแรปเชอร์ไปรวมกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูเหมือนกับว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น แน่นอนว่าเป็นความจริงที่ 7 ปีกลียุคจะต้องเกิดขึ้นก่อนการเสด็จกลับมาของพระเยซูเพื่อการพิพากษา แต่ 7 ปีก่อนหน้านั้น พระองค์จะเสด็จกลับมาช่วยกู้บรรดาเจ้าสาวของพระองค์ ผ่านทางการถูกรับขึ้นไปหรือแรปเชอร์ด้วย!
หากคุณเชื่อว่าหมายสำคัญเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นก่อนพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาจริงๆ ถ้าเช่นนั้นคุณก็จะไม่คาดหวังว่าแรปเชอร์อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งตรงกันข้าม จะทำให้คุณไม่เชื่อฟังคำตรัสของพระเยซูที่ว่าให้เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังไว้ทุกเวลา
9) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่อธิบายอย่างชัดแจ้งว่าใครคือ “ผู้หน่วงรั้ง”
นี่คือข้อพระคัมภีร์ 2 เธสะโลนิกา 2:6-7 ที่อัครทูตเปาโลวาดภาพให้เห็นถึงเหตุการณ์ถูกรับขึ้นไปของคริสตจักร (หรือแรปเชอร์)
และท่านก็รู้จักสิ่งนั้นที่กำลังหน่วงเหนี่ยวมันไว้ในขณะนี้ เพื่อมันจะปราฎออกมาได้ต่อเมื่อถึงเวลาของมัน เพราะว่าอำนาจลึกลับนอกกฎหมายนั้นก็เริ่มทำงานอยู่แล้ว แต่ผู้ที่คอยหน่วงเหนี่ยวเดี๋ยวนี้นั้นจะยังหน่วงเหนี่ยวอยู่จนกว่าจะถูกนำออกไปให้พ้น
ใครคือผู้หน่วงรั้ง? ตามในข้อพระคัมภีร์ข้างต้น ผมได้เคยอธิบายไว้ในหนังสือของผมว่า :
“ใครกันคือ “ผู้หน่วงรั้ง” ในภาษาอังกฤษใช้คำสรรพนามเป็นคำว่า “เขา หรือพระองค์” ซึ่งเล็งถึงพระเจ้าพระองค์เอง นอกจากนี้ยังเล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในคริสตจักร ซึ่งคอยหน่วงรั้งความบาปและความชั่วร้ายในโลกทุกวันนี้ และจะยับยั้งอย่างต่อเนื่องจนกว่าการถูกรับขึ้นไปจะเกิดขึ้น ซึ่งหมายถึงพลังอำนาจแห่งการหน่วงรั้งที่อยู่ในโลกนี้จะถูกถอดถอนออกไปให้พ้นทาง”
ปราศจากความเชื่อว่าการถูกรับขึ้นไปจะต้องเกิดขึ้นก่อน 7 ปีกลียุคเท่านั้น ทำให้ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
10) ด้วย “การถูกรับขึ้นไปที่จะเกิดก่อน 7 ปีกลียุค (Pre-Tribulational Rapture)” เท่านั้นที่ปลอบใจเรา
ในข้อพระคัมภีร์ที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับการถูกรับขึ้นไปหรือแรปเชอร์ อัครทูตเปาโลบอกเราถึงเหตุผลของเขาในคำสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เหตุฉะนั้นจงปลอบโยนกันและกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด” (1 เธสะโลนิกา 4:18)
ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะคิดเหมือนอย่างผมหรือไม่ แต่การใช้ชีวิตในช่วงเวลา 7 ปีแห่งมหันตภัยที่ร้ายแรงนั้นไม่ได้ปลอบโยนใจผมสักนิดเดียว แม่น้ำมากมายจะกลายเป็นเลือด พืชผักในโลกจะถูกไฟเผาไป กองทัพของปีศาจจะถูกปลดปล่อยมาในโลก และการปกครองของปฏิปักษ์พระคริสต์ที่จะนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก หากอัครทูตเปาโลเชื่อในแรปเชอร์ที่จะเกิดขึ้นหลังจาก 7 ปีกลียุค ถ้อยคำเหล่านี้คงไม่สามารถปลอบใจกันได้เลยทีเดียว
ผมขอจบบทความนี้ลงด้วยข้อความที่นำมาจากหนังสือของผม :
ทำไมการที่จะไม่ต้องพบเจอกับ 7 ปีแห่งมหันตภัยในกลียุคนั้นสำคัญสำหรับผมมาก? ก็เพราะว่าผมมีแรงจูงใจแบบเดียวกับที่อัครทูตเปาโลมี ผมต้องการให้พวกคุณสบายใจ ผมต้องการให้คุณรู้ว่าพระเจ้าทรงเต็มล้นไปด้วยพระคุณและพระเมตตา ความรักของพระองค์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ผู้เชื่อทั้งหลาย เราจะไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากใน 7 ปีกลียุคก็เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงกำหนดเราไว้เพื่อจะรับพระพิโรธ พระองค์จะไม่พิพากษาเราทั้งหลายร่วมกันกับโลก เราคือส่วนหนึ่งของการทรงสร้างใหม่ของพระเจ้าในพระกายของพระองค์ พระองค์จะเสด็จมาช่วยกู้เราทั้งหลายด้วยการรับขึ้นไปหรือแรปเชอร์ เหมือนอย่างที่พระองค์ช่วยกู้โนอาห์ และโลท เราจะไม่ต้องเข้าไปเผชิญกับ 7 ปีของนรกบนดิน ที่ซึ่งคนนับพันล้านจะตาย และคนมากมายจะทนทุกข์ทรมานอย่างที่เกินบรรยาย ไม่ พวกคุณกับผมจะต้องเข้าไปในงานแต่งงาน หรือพิธีมงคลสมรสของพระเมษโปดก ร่วมกับพระเยซูคริสต์บนสวรรค์ เราไม่จำเป็นต้องกลัว!
ที่มา แปลจากบทความของ อ.จิมมี่ อีแวนส์
——–
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง
คลิกที่ลิงค์นี้ : https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1
และส่งต่อให้เพื่อนหรือคนที่ท่านรัก เพื่อรับพระพรร่วมกัน
ขอพระเจ้าอวยพรท่านมากๆ เพื่อท่านจะเป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการอธิษฐานเผื่อ
และถวายทรัพย์เผื่อเรา เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย
เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล
ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

ใส่ความเห็น