บทความนี้เขียนไว้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2022
วิกฤติประเทศศรีลังกา
วิกฤติและเหตุการณ์โกลาหลเกิดขึ้นแล้วในประเทศเล็กๆ อย่างศรีลังกา และอีกไม่นานอาจจะเกิดขึ้นอีกทั่วทั้งโลก
ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศรีลังกาจะกลายเป็นประเทศที่ผมเคยเขียนไว้ในหนังสือเมื่อหลายปีก่อน เพียงเพื่อต้องการชี้ให้คนเห็นถึงแนวโน้มของเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดมากขึ้นอีกในไม่ช้า ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวข้อง กับวาระสิ้นยุค
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายรานิล วิกรมสิงเห รักษาการประธานาธิบดีศรีลังกา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินท่ามกลางการประท้วงที่รุนแรงมากขึ้น นายวิกรมสิงเห เป็นเพียงผู้รักษาการประธานาธิบดี ตั้งแต่วันศุกร์ซึ่งก็คือวันเดียวกับที่นายโกตาพญา ราชปักษา ลาออกและหลบหนีออกจากประเทศ ตระกูลราชปักษากลายเป็นเหยื่อของการประท้วงครั้งใหญ่ในช่วงหลายเดือนมานี้ เหตุเพราะการล่มสลายของเศรษฐกิจภายในประเทศ
ผู้ประท้วงกลุ่มเดียวกันนั้นต่างเรียกร้องให้นายวิกรมสิงเห ผู้รักษาการประธานาธิบดีลาออก เพียงไม่กี่วันก่อนที่รัฐบาลจะประกาศเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ ซึ่งจะมีการเสนอชื่อในภายหลัง และฝ่ายนิติบัญญัติจะลงคะแนนเสียงในวันถัดไป เพื่อหาผู้นำที่จะนำประเทศศรีลังกาก้าวข้ามผ่านช่วงวิกฤตนี้
นี่คือสาเหตุที่ทำให้ประเทศหยุดชะงักโดยกลุ่มผู้ประท้วง พวกเขาได้เข้ายึดคฤหาสน์ประธานาธิบดีของราชปักษาเมื่อหลายวันก่อนก่อนหน้านี้
ศรีลังกาขาดแคลนเงินเพื่อจ่ายค่านำเข้าสินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น อาหาร ปุ๋ย ยา และเชื้อเพลิงสำหรับประชาชน 22 ล้านคน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนต่างตื่นตระหนก เพราะก่อนหน้าจะเกิดวิกฤติการณ์นี้นั้น เศรษฐกิจของพวกชนชั้นกลางได้เติบโตขึ้นและขยายตัวอย่างมาก ทำให้พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัว
ปัจจุบันผู้คนในศรีลังกาไม่มีเงินเพียงพอสำหรับจับจ่ายใช้สอยในสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน โรงเรียนไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ รถประจำทางหยุดให้บริการ ร้านขายของชำมีแต่ความว่างเปล่า เศรษฐกิจการท่องเที่ยวชะงักงันไปพร้อมกับโรคโควิด ศรีลังกาตกเป็นเหยื่อของความทุจริตและเศรษฐกิจที่เสื่อมถอย ในขณะที่ความไม่มั่นคงเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงสงครามในยูเครน ก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนจึงส่งผลกระทบต่อศรีลังกา
อาจดูประหลาดที่จะเชื่อมโยงเหตุการณ์การประท้วงรัฐบาลศรีลังกากับสงครามในยุโรปเข้าดัวยกัน แต่ตลาดอาหารและน้ำมันเป็นตลาดที่ถูกเชื่อมต่อกันทั่วโลก แค่เพียงการสั่นสะเทือนในครั้งเดียวก็กระเพื่อมไปทุกที่ สงครามในยูเครนได้เพิ่มแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชน หลังการระบาดของโควิด19 และสงครามของมอสโกในยูเครน รวมถึงการคว่ำบาตรจากตะวันตกต่อรัสเซียได้บีบการส่งออกสินค้าเกษตร อาหารสำคัญๆ เช่น ข้าวสาลีและน้ำมันดอกทานตะวัน ถูกส่งมาจากภูมิภาคทะเลดำทั้งหมด ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถหาแทนที่ได้ในตลาดโลก แต่ก็ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายเช่นกัน ด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบไปสู่รถแทร็คเตอร์ในการเกษตรหรือการขนส่งสินค้า ทำให้อาหารมีราคาแพงมากกว่าเดิม ในประเทศยากจนก็ยากที่จะจับจ่ายซื้ออาหาร และยังรวมถึงคนจนในประเทศที่ร่ำรวยด้วย
ความไม่มั่นคงนี้ส่งผลต่อกันเป็นเหมือนโดมิโน เมื่ออาหารและเชื้อเพลิงมีราคาแพง เมื่อข้าวของแพงก็นำไปสู่ความไม่สงบในประเทศ สิ่งเหล่านี้กดดันให้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือ แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาของโรคระบาดโควิด ทำให้รัฐบาลส่วนใหญ่มีเงินสำรองอยู่จำกัด สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคก็ไม่ได้ช่วยอะไร
สิ่งนี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก การขนส่งได้รับผลกระทบเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูง ถ้าคนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ พวกเขาก็ไม่ได้รับเงิน บริษัทขนส่งมีปัญหาในการส่งมอบอาหารและเสบียง ทำให้อุปทานลดลงนำไปสู่อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น สินค้าปรับราคาขึ้น ราคาอาหารที่สูงขึ้นก็ส่งผลให้ชั้นวางร้านขายของชำว่างเปล่าและราคาก็ปรับสูงขึ้นอีก ผู้คนไม่สามารถทำงานหรือไม่มีเงินซื้ออาหาร และจากนั้นพวกเขาก็เริ่มหิว
ไม่น่าแปลกใจที่ชาวศรีลังกากำลังประท้วง พวกเขากลายเป็นคนสิ้นหวัง

อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่การกันดารอาหาร
สองสามสัปดาห์ที่แล้ว ประธานโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติเตือนว่า “มีผู้หิวโหยอย่างรุนแรงสูงถึง 345 ล้านคนกำลังเดินขบวนไปสู่ความอดอยาก” เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 นับตั้งแต่ก่อนที่รัสเซียจะบุกยูเครนในปลายเดือนกุมภาพันธ์
ก่อนการระบาดใหญ่ในปี 2020 มีเพียง 135 ล้านคนเท่านั้นที่ตกอยู่ในประเภท “หิวโหยอย่างรุนแรง” เห็นได้ชัดว่าสิ่งต่างๆ เลวร้ายลงอย่างมากในเวลาเพียงสองปี และยังไม่ถึงจุดเลวร้ายขั้นสูงสุด
“ความอันตรายที่แท้จริงคืออัตราความหิวโหยจะไต่สูงขึ้นไปอีกในเดือนข้างหน้า” [ตัวแทนของสหประชาชาติ] กล่าว “ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือเมื่อกลุ่มนี้ล้มลง ผู้คนจำนวน 50 ล้านคนใน 45 ประเทศจะก้าวเข้าสู่ความอดอยากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ครั้งสุดท้ายที่ราคาอาหารในระดับโลกสูงเช่นนี้คือในปี 1974 เมื่อความผันผวนระเบิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น ศรีลังกา ซึ่งราคาอาหารที่สูงขึ้นก็ทำให้เกิดความไม่สงบทางการเมืองเช่นกัน ราคาอาหารหรือราคาน้ำมันมักเป็นประกายไฟที่ก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ท่วมท้นประเทศหรือรัฐบาล ต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?
รัฐบาลก็ล่มสลายเมื่อมีความอ่อนแอและการต่อสู้ในระบบการเมือง
มีกลุ่มผู้ประท้วงเรื่องอาหารที่กำลังเกิดขึ้นในแอลเบเนีย อาร์เจนตินา ปานามา เคนยา กานา เนปาล ปากีสถาน และอเมริกากลาง พวกเขากำลังเดือดพล่าน ประเทศเหล่านี้มีรัฐบาลที่เปราะบางอยู่แล้ว และจะใช้เวลาไม่นานที่รัฐบาลประเทศเหล่านี้จะตกต่ำอย่างที่เคยเกิดขึ้นในศรีลังกา
เมื่อความไม่มั่นคงนี้เกิดขึ้น ใครจะรับช่วงต่อ? โดยทั่วไปแล้วจะเป็นทหารหรือผู้มีอำนาจที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นผู้นำเผด็จการ

การปรากฎตัวของปฏิปักษ์พระคริสต์ หรือ คนนอกกฎหมาย
นี่เป็นสถานการณ์ที่พร้อมมากสำหรับการปรากฎตัวของปฏิปักษ์พระคริสต์ ประชาชนมีความทุกข์ หิวโหย และท้อแท้ ความรุนแรงอาชญากรรมทุกรูปแบบ ผู้นำรัฐบาลกำลังหลบหนีหรือซ่อนตัวอยู่ ทุกคนหมดหวัง และไม่ใช่เพียงประเทศเดียวที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ยังรวมถึงอีกหลายประเทศ ตั้งแต่อเมริกากลาง แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย
ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมา ความชั่วช้าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเวลาแรปเจอร์ นั่นคือเมื่อมาร “ผู้ไม่เคารพกฎหมาย” หรือ “คนนอกกฎหมาย” จะปรากฎตัวขึ้น:

7 เพราะว่าอำนาจลึกลับนอกกฎหมายนั้นก็เริ่มทำงานอยู่แล้ว เพียงแต่ผู้ที่คอยหน่วงเหนี่ยวเดี๋ยวนี้นั้นจะยังหน่วงเหนี่ยวอยู่ จนกว่าผู้ที่คอยหน่วงเหนี่ยวนั้นจะถูกพาออกไปเสีย 8 ขณะนั้นคนนอกกฎหมายนั้นจะปรากฏตัวขึ้น และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประหารมันด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ และจะทรงผลาญให้สูญไปด้วยการปรากฏแห่งการเสด็จมาของพระองค์ 9 คือผู้นั้นที่มาโดยการดลบันดาลของซาตาน พร้อมกับบรรดาการอิทธิฤทธิ์และหมายสำคัญ และการมหัศจรรย์แห่งความเท็จ 10 และอุบายอธรรมทั้งหลายสำหรับคนเหล่านั้นที่พินาศอยู่ เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้รับความรักแห่งความจริงไว้เพื่อจะรอดได้ —-2เธสะโลนิกา 2:7-10

เรากำลังเข้าใกล้ “การปรากฎตัวของคนนอกกฎหมาย” ก่อนอื่นเขาจะมาถึงในฐานะผู้สร้างสันติ เขาจะให้สัญญาสันติภาพจอมปลอมและนำรูปแบบของสันติภาพมาชั่วคราว บางคนจะมองว่าเขาเป็นพระเมสสิยาห์ แต่เขาจะเป็นเพียงพระเมสสิยาห์จอมปลอมที่ทำงานร่วมกับซาตาน
โดยความร่วมมือที่ชั่วร้าย ปฏิปักษ์พระคริสต์จะเปิดเผยตัวเองต่อโลกและให้ผู้คนในโลกนี้กราบไหว้และบูชาเขาเพียงผู้เดียว
ข้อควรจำ : ไม่มีใครอยากบูชาเผด็จการ ดังนั้น ในขณะที่สิ่งเลวร้ายนอกกฎหมายและสงครามเกิดขึ้นนี้ เขาจะมาในฐานะบุคคลที่นำสันติภาพมาให้ เขาจะเป็นผู้แก้ไขปัญหาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตการณ์ในโลก
แต่เนื่องจากการปรากฎตัวของเขาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ อำนาจเริ่มต้นที่ปฏิปักษ์พระคริสต์จะมีคืออำนาจทางการเงินทั่วโลก เขาจะได้รับความสนใจจากผู้คนในโลก ใช้กลอุบายและการประจบสอพลอเพื่อนำความสงบสุขชั่วคราวเข้ามา แต่เขาจะไม่หยุดจนกว่าเขาจะเข้าควบคุมโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จ
จากนั้นเขาจะนำผู้คนในโลกไปเยาะเย้ยพระเจ้า กบฏต่อพระองค์ และท้าทายพระองค์อย่างเย่อหยิ่ง เขาจะนำหมายสำคัญ การอัศจรรย์ พลังอำนาจและความเท็จมาสู่ชาวโลก เทอุบายการล่อลวงมาสู่ผู้คน ผู้คนส่วนใหญ่จะหลงผิด พวกเขาจะ “เชื่อเรื่องโกหก” อัครทูตเปาโลเขียนไว้ว่า แล้วปฏิปักษ์พระคริสต์จะเป็นราชาแห่งความหลอกลวง
ในไม่ช้าเขาจะแทนที่ความสงบสุขด้วยความกลัวและความน่าสยดสยอง การข่มเหง และการตัดศีรษะ ดังนั้น ถ้าคุณคิดว่าขณะนี้โลกก็กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว ให้คุณรอจนกว่าช่วงเวลาความทุกข์ยากในช่วง 7 ปีกลียุค ข่าวดีก็คือ ถ้าคุณรู้จักพระเยซู คุณจะไม่ได้อยู่เห็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายเหล่านี้ การถูกรับขึ้นไปจะเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์เหล่านี้ และสิ่งที่เราเห็นในตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนที่ถูกกำหนดขึ้นเท่านั้น
ผมเชื่อว่าช่วงเวลานั้นอยู่ใกล้มาก คุณสามารถเห็นความมั่นคงของชีวิตบนโลกที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป คุณสามารถเห็นวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤติทางสังคมที่เปิดเผยแล้วในหลายๆประเทศ เหมือนอย่างเช่น ศรีลังกาที่มาพร้อมกับวิกฤตอื่นๆที่กำลังเกิดขึ้นตามมาอีก
ดังนั้นจงเฝ้าระวังและเฝ้าคอยดูให้ดี ศรีลังกาได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจย้อนกลับได้อีกแล้ว ประเทศอื่นๆ ก็อยู่ไม่ไกลเช่นกัน

แปลจากบทความโดย อ.จิมมี่ อีแวนส์

——–
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านที่ได้ยินได้ฟัง

กดติดตาม Subscribe ช่อง Youtube ของเรา

คลิกที่ลิงค์นี้ : https://www.youtube.com/channel/UCuP5nVwcsjHAnZTOAJ7WOTg?sub_confirmation=1

และส่งต่อให้เพื่อนหรือคนที่ท่านรัก เพื่อรับพระพรร่วมกัน

ขอพระเจ้าอวยพรท่านมากๆ เพื่อท่านจะเป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า
หากท่านมีภาระใจอยากร่วมสนับสนุนพันธกิจของเรา
เพื่อปลดปล่อยถ้อยคำของพระเจ้า และขับเคลื่อนในพระวิญญาณบริสุทธิ์
ท่านสามารถร่วมสนับสนุนเราโดยการอธิษฐานเผื่อ
และถวายทรัพย์เผื่อเรา เพื่อใช้ในการพัฒนาด้านมีเดีย
เป็นพระพรแก่แผ่นดินของพระเจ้า

เลขที่บัญชี : 910-1-77349-6

ชื่อบัญชี : คริสตจักรสตูล

ธนาคารกรุงไทย สาขาสตูล

ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านที่มีส่วนในพันธกิจที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

http://www.SatunAssembly.com