LawGrace

ความแตกต่างระหว่างพันธสัญญาเดิมแห่งบทบัญญัติ

และพันธสัญญาใหม่แห่งพระคุณ

ภายใต้พันธสัญญาเดิมแห่งบทบัญญัติ

ภายใต้พันธสัญญาใหม่แห่งพระคุณ

พระเจ้าทรงเรียกร้องความชอบธรรมจากมนุษย์

 

พระเจ้ามอบความชอบธรรมให้แก่มนุษย์โดยทางการงานที่สำเร็จแล้วของพระเยซูคริสต์ (โรม 4:5-7)

พระเจ้าจะให้โทษความบาปส่งต่อสามสี่ชั่วอายุคน

(อพยพ 20:5)

 

พระเจ้าจะไม่มีวันจดจำความบาปของมนุษย์อีกต่อไป

(ฮีบรู 8:12; 10:17)

ชาวอิสราเอลจะได้รับการอวยพรจากพระเจ้าก็ต่อเมื่อพวกเขาเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น – ทั้งภายใน และภายนอกด้วย

(เฉลยธรรมบัญญัติ 28:13-14)

ผู้เชื่อทุกคนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถในการทำดีของตัวเองอีกต่อไปเพื่อจะได้รับพระพรจากพระเจ้า เพราะว่าพระเยซูได้ทรงเติมเต็มข้อเรียกร้องของธรรมบัญญัติให้กับมนุษย์แทนที่พวกเขาแล้ว (โคโลสี 2:14)

ชาวอิสราเอลจะถูกแช่งสาปหากพวกเขาไม่เชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ

(เฉลยธรรมบัญญัติ 28:15-16, 18, 20)

ผู้เชื่อทุกคนสามารถชื่นชมในพระพรทุกประการ และความโปรดปรานที่ไม่สมควรได้รับ เพราะว่าพระเยซูยอมถูกแช่งสาปเพื่อพวกเขาบนไม้กางเขน (กาลาเทีย 3:13)

การพึ่งพากำลังของมนุษย์ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยปราศจากการเปลี่ยนแปลงจิตใจภายใน

การจดจ่อที่ความน่ารักของพระเยซู และการงานที่สำเร็จแล้วของพระองค์นำการเปลี่ยนแปลงจิตใจภายในมาสู่มนุษย์ ซึ่งส่งผลให้มนุษย์มีการประพฤติที่ดีขึ้นซึ่งล้วนขับเคลื่อนด้วยความรักของพระเจ้า (2 โครินธ์ 3:18)

การถวายเครื่องบูชาด้วยเลือดสัตว์สามารถปกคลุมบาปของชาวอิสราเอลได้เพียงครั้งละ 1 ปี และจะต้องทำทุกๆ ปีต่อเนื่องไป (ฮีบรู 10:3)

พระโลหิตของพระเยซูลบล้างความผิดบาป –ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต – ของผู้เชื่อทุกคน อย่างสมบูรณ์แบบ และครบถ้วน ครั้งเดียวเป็นพอ (ฮีบรู 10:11-12)

การเชื่อฟังธรรมบัญญัติ ไม่สามารถให้กำลังชาวอิสราเอลที่จะมีชัยชนะเหนือบาปในชีวิตได้ บทบัญญัติไม่มีฤทธิ์อำนาจที่จะทำให้ใครก็ตามบริสุทธิ์ ยุติธรรม และดีงามได้

ความบาปไม่การครอบครองเหนือผู้เชื่อได้อีกต่อไป (โรม 6:14) เพราะฤทธิ์อำนาจของพระเยซูได้มีชัยเหนือการทดลองและเมื่อพวกเขามีจิตสำนึกว่าตนชอบธรรมในพระเยซูโดยปราศจากการประพฤติ (โรม 4:6)

ชาวอิสราเอลถูกลักขโมยความมั่นใจในความดีงามของพระเจ้าไปเสีย เพราะพวกเขามัวแต่มองที่พฤติกรรมความดีงามที่ตัวเองประพฤติมากกว่า (- จิตสำนึกที่มองแต่ตัวเอง)

ผู้เชื่อทุกคนสามารถมีความมั่นใจได้อย่างเหลือเชื่อ และมีความมั่นคงในพระเยซูคริสต์ เพราะว่าพวกเขามองที่พระเยซูไม่ใช่มองแต่ตัวเขาเองอีกต่อไป (-จิตสำนึกในพระคริสต์)

ชาวอิสราเอลไม่สามารถมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้าได้ เพราะพวกเขาไม่ชอบธรรมเพียงพอ ส่งผลให้เกิดการระยะห่าง ช่องว่างกับพระเจ้า

ผู้เชื่อทุกคนสามารถชื่นชมในความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้า ในฐานะพ่อ (พระบิดา) เพราะว่าพวกเขาได้รับความชอบธรรมโดยทางความเชื่อในพระเยซูเท่านั้น

(2 โครินธ์ 5:17, โรม 5:7-9, ฮีบรู 10:10)

ชาวอิสราเอลไม่สามารถเข้าสู่อภิสุทธิสถาน (ที่ๆ มีการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้า) มีเพียงมหาปุโรหิตเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ปีละครั้ง ในวันลบบาป (เลวีนิติ 16:2, 14)

ไม่เพียงแต่ผู้เชื่อทุกๆ คนจะสามารถเข้าสู่การทรงสถิตย์อันบริสุทธิ์ของพระเจ้า พวกเขายังสามารถมีใจกล้าที่เข้ามายังพระที่นั่งแห่งพระคุณเพื่อรับเอาพระเมตตาและพระคุณในทุกเวลาที่พวกเขาต้องการ เพราะว่าเครื่องบูชาอันสมบูรณ์ของพระเยซูนั้น (ฮีบรู 4:16)

ชาวอิสราเอลอยู่ภายใต้พันธกิจแห่งความตาย

(2 โครินธ์ 3:7)

ผู้เชื่อทุกคนอยู่ภายใต้พันธกิจแห่งชีวิตที่ครบบริบูรณ์

(2 โครินธ์ 3:6, ยอห์น 10:10)

ที่มา: แปลจากหนังสือ Unmerited Favor ของ Joseph Prince