“ฮานุกกาห์” | เทศกาลแห่งแสงสว่าง
เรื่องราวของฮานุกกาห์(Hanukkah)

<<<คลิกเพื่อฟังและดาวน์โหลด MP3>>>
ฮานุกกาห์ หรือ เทศกาลแห่งแสงสว่าง เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของชาวยิวในช่วงระหว่าง 164 ถึง 167 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยพระวิหารหลังที่สอง มีเรื่องราวดังต่อไปนี้
- ในวิหารของชาวยิวมีคันประทีปพิเศษคันหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “แสงสว่างชั่วนิรันดร์”(เล็งถึงพระเยซู) คันประทีปนี้ได้รับการเติมด้วยน้ำมันเสมอ เพื่อไม่ให้แสงสว่างดับลง (เราเป็นวิหารฝ่ายพระวิญญาณ จงเติมน้ำมันให้เต็ม โดยการอธิษฐาน)
- เมื่อ 2000 ปีก่อน ชาวยิวไม่ได้มีกษัตริย์ของตนเอง ถูกปกครองด้วยกษัตริย์ชาวซีเรีย ชื่อว่า อันติโอคัส ซึ่งไม่ชอบศาสนาของชาวยิว
- กษัตริย์อันติโอคัสใช้วิหารของชาวยิวเพื่อศาสนาของตนเอง พระองค์สร้างเทวรูปของชาวกรีกในวิหารของชาวยิว ทรงใช้หมูซึ่งเป็นสัตว์มลทินตามพระคัมภีร์เป็นเครื่องบูชาในวิหาร ทรงสั่งให้ชาวยิวนมัสการรูปเคารพกรีกเหล่านั้น และหากพวกเขาไม่นมัสการ พระองค์จะฆ่าพวกเขาเสีย
- มีชาวยิวคนหนึ่งซึ่งมีลูกชายที่กล้าหาญ 5 คน พวกเขามีนามสกุลว่า แมคคาบี พวกเขาไม่ยอมก้มกราบนมัสการต่อเทวรูปของชาวกรีกนั้น
- ต่อมา พี่น้องแมคคาบีได้กลายมาเป็นผู้นำของกองทัพชาวยิวที่ต่อสู้ และต่อต้านกษัตริย์อันติโอคัสและกองทัพของพระองค์ พวกเขาได้วิหารกลับคืน แต่คันประทีป “แสงสว่างชั่วนิรันดร์” นั้นได้ดับลงแล้ว
- ชาวยิวได้จุดคันประทีปนั้นขึ้นอีกครั้ง แต่พวกเขามีน้ำมันเพียงพอสำหรับหนี่งวัน พวกเขาต้องการน้ำมันเพิ่ม ต้องใช้เวลา 8 วันถึงจะได้น้ำมันเพิ่ม แต่มีการอัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่อแสงสว่างนั้นไม่ได้ดับลงเลยหลังจากวันแรกนั้น แสงสว่างยังคงส่องสว่างเป็นเวลา 8 วันจนกระทั่งได้น้ำมันใหม่
- หลังจากวันนั้น ชาวยิวจึงได้ฉลอง “ความมหัศจรรย์แห่งแสงสว่าง” หรือ ฮานุกกาห์ เป็นประจำทุกปี
สาระสำคัญจากเทศกาลฮานุกกาห์
-
พระเจ้าปกป้องประชากรของพระองค์เสมอ
– เมื่อศัตรูต้องการที่จะทำลายประชากร ของพระเจ้า แต่พระเจ้าจอมพลโยธา อยู่ฝ่ายประชากรของพระองค์เสมอ
พระเจ้าจะคอยปกป้องช่วยเหลือประชากรของพระองค์
– ดังเช่น กองทัพกรีกซึ่งเป็นกองทัพใหญ่ ส่วนชาวยิวมีกองกำลังเพียงเล็กน้อย แต่ชาวยิวก็สามารถชนะกรีกได้ และได้พระวิหารคืนมา
– โรม 8:31
31 ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา
-
พระเจ้าต้องการที่จะรื้อฟื้นพระวิหารของพระองค์
– รื้อฟื้นคริสตจักร คือผู้เชื่อ ซึ่งเป็นวิหารของพระองค์
– ให้เราชำระ ตัวเรา ซึ่งเป็นวิหารของพระเจ้า ให้รื้อฟื้นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
– 1 โครินธ์ 6:19-20
19 ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง
20 พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้แล้ว ด้วยราคาสูง เหตุฉะนั้น ท่านจงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของท่านเถิด
– 1 โครินธ์ 3:16-17
16 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน
17 ถ้าผู้ใดทำลายวิหารของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงทำลายผู้นั้น เพราะวิหารของพระเจ้าเป็นที่บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ และท่านทั้งหลายเป็นวิหารนั้น
– เมื่อเราชำระ และรื้อฟื้นแล้ว การทรงสถิตของพระเจ้า พระสิริของพระเจ้าจะมาเหนือเรา และการอัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้น
– ดังเช่น เมื่อแมคคาบี ชำระ และรื้อฟื้นพระวิหาร ต้องการทำตามที่พระเจ้าได้สั่งไว้ว่า คันประทีปในพระวิหารนั้น จะสว่างทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นนิตย์ แต่เมื่อพบว่ามีน้ำมันพอแค่เพียง วันเดียว พระเจ้าก็ประทานการอัศจรรย์ ให้น้ำมันที่พอแค่เพียงวันเดียวนั้น สามารถจุดได้ถึง 8 วัน จนสามารถผลิตน้ำมันใหม่มาเติมได้ทัน
– เลวีนิติ 24:1-4
เลวีนิติ 24
1 พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า
2 “เจ้าจงบัญชาแก่คนอิสราเอลให้นำน้ำมันอย่างบริสุทธิ์ สกัดจากมะกอกเทศเพื่อเติมประทีป เพื่อให้ตะเกียงลุกอยู่เสมอ
3 ภายในเต็นท์นัดพบข้างนอกม่านหีบพระโอวาทนั้น ให้อาโรนจัดประทีปให้เป็นระเบียบตั้งแต่เวลาเย็น จนเวลาเช้าเสมอต่อพระเจ้า ทั้งนี้ให้เป็นกฎเกณฑ์ถาวรตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า
4 ให้อาโรนจัดประทีปให้เป็นระเบียบ อยู่บนคันประทีปทองคำบริสุทธิ์เสมอเป็นนิตย์แด่พระเจ้า
– เลข 8 เล็งถึง ความเป็นนิรันดร ชี้ให้เห็นว่า พระเยซูมาเพื่อจะอยู่กับเราตลอดนิรันดร

-
ฮานุกกาห์เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง พระเยซูคือแสงสว่าง
– ยอห์น 1:4-5
4 พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์
5 ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้ชนะความสว่างไม่
– มัทธิว 5 : 14-16
14 “ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้
15 เมื่อจุดตะเกียงแล้ว ไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้ ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น
16 ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์
– ยอห์น 8:12
12 อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”
– อิสยาห์ 60 : 1
1 จงลุกขึ้น ฉายแสง เพราะว่าความสว่างของเจ้ามาแล้ว และพระสิริของพระเจ้าขึ้นมาเหนือเจ้า
– สัตย์ซื่อ ที่จะทำความดี แม้ไม่มีใครเห็น แต่พระเจ้าเห็น พระเจ้าจะตอบแทนเราตามการกระทำ และความเชื่อของเรา พระเจ้าจะประทานความยุติธรรมและยกชูเราในเวลาอันควร และการแก้แค้นเป็นของพระเจ้า
– พระเจ้าเป็นแหล่งแห่งสันติสุข พระเจ้าไม่ใช่เงินทอง เพราะแม้มีเงินทองมากมาย แต่ก็ไม่มีความสุข

-
ฮานุกกาห์เป็นเทศกาลแห่งความอัศจรรย์ และพระเยซูคือองค์อัศจรรย์
– พระเยซูทรงปฏิสนธิในช่วงเทศกาลฮานุกกาห์
– ลก.1:5 เศคาร์ริยาห์ซึ่งเป็นบิดาของยอห์นผู้ให้บัพติศมา เป็นปุโรหิตในเวรอาบียาห์
ใน 1 พศด.24 ..ปุโรหิตในเวรอาบียาห์ปรนนิบัติในพระวิหารระหว่างวันที่ 12-18 ของเดือนสิวาน (มิถุนายน)
ในช่วงเวลาเหล่านั้นเองที่ทูตสวรรค์ปรากฏกับเขา
ทูตสวรรค์ปรากฏ เดือนสิวาน ประมาณวันที่ 12-18
อลิซาเบธตั้งครรภ์ สิวาน 25? อลิซาเบธตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน เมื่อพระเยซูปฏิสนธิ (ลก.1:36)
เดือนคิสเลฟ วันที่ 25 อลิซาเบธตั้งครรภ์ เดือนที่ 6 พระเยซูปฏิสนธิ (เทศกาลแสงสว่าง ฮานุคคาห์)
เดือนนิสาน วันที่ 15 ยอห์นผู้ให้บัพติสมาเกิด (นับจากวันปฏิสนธิ 285 วัน ประมาณ 9 เดือน ) จะตรงกับช่วงเทศกาลปัสกา
ถ้าพระเยซูปฏิสนธิ เดือนคิสเลฟ วันที่ 25 นับไป 285 วัน พระเยซูประสูติจะตรงกับเดือนทิชรี วันที่ 15 ตรงกับเทศกาลอยู่เพิง
ยอห์นอธิบายการประสูติของพระเยซูอย่างนี้..
ยน.1:14 “พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเราและเราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์”
ให้ความเข้าใจใหม่ในเรื่องราวของคริสต์มาส
ลก.2 – มารีย์มีบุตรชายและวางบุตรชายนั้นในรางหญ้า คำภาษากรีกคือ phatne แปลว่า รางหญ้า, โรงเก็บสัตว์ คอกสัตว์แบบชั่วคราว คำฮีบรูที่เหมือนกับ phatne : SUKKAH (พลับพลา/ เพิง)
ปฐก. 33:17 ยาโคบสร้าง sukkah ให้สัตว์ของเขา
ช่วงเวลาระหว่างเทศกาล : ไม่มีห้องว่างในโรงแรม แต่ sukkah มีอยู่ทั่วไปหมด
ในเทศกาลอยู่เพิงนั้นเอง ที่พระสิริของพระเจ้ามาปรากฏในเพิง และพระเยซูพระเมสสิยาห์ทรงบังเกิด
พระเยซูประทานพระสัญญาตอนเทศกาลอยู่เพิง
สรุป
– ฮานุกกาห์ เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง และการอัศจรรย์ เป็นเทศกาลของพระเยซู เพราะพระเยซูเป็นแสงสว่าง และเป็นองค์อัศจรรย์
– ฮานุกกาห์เป็นเทศกาลที่เราจะชำระ ตัวเรา ซึ่งเป็นวิหารของพระเจ้า ให้เรารื้อฟื้นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า
– เมื่อเราชำระ และรื้อฟื้นแล้ว การทรงสถิตของพระเจ้า พระสิริของพระเจ้าจะมาเหนือเรา และการอัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้น
ยอห์น 10:22-38
22 ขณะนั้นเป็นเทศกาลฉลองพระวิหาร(ฮานุกกาห์)ที่กรุงเยรูซาเล็ม
23 เป็นฤดูหนาว พระเยซูทรงดำเนินอยู่ในบริเวณพระวิหารที่เฉลียงของซาโลมอน
24 พวกยิวก็พากันมาห้อมล้อมพระองค์และทูลว่า “จะให้ใจเราแขวนอยู่นานสักเท่าใด ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ก็จงบอกเราให้ชัดแจ้งเถิด”
25 พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราได้บอกท่านทั้งหลายแล้วและท่านไม่เชื่อ สิ่งซึ่งเราได้กระทำในพระนามพระบิดาของเรา ก็เป็นพยานให้แก่เรา
26 แต่ท่านทั้งหลายไม่เชื่อเพราะท่านมิได้เป็นแกะของเรา
27 แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา และเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา
28 เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้
29 พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง และไม่มีผู้ใดอาจชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้
30 เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”
31 พวกยิวจึงหยิบก้อนหินขึ้นมาอีกจะขว้างพระองค์ให้ตาย
32 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “เราได้สำแดงให้ท่านเห็นการดีหลายประการของพระบิดาของเรา ท่านทั้งหลายหยิบก้อนหินจะขว้างเราให้ตาย เพราะการกระทำข้อใดเล่า”
33 พวกยิวทูลตอบพระองค์ว่า “เราจะขว้างท่านมิใช่เพราะการกระทำดี แต่เพราะการพูดหมิ่นประมาทพระเจ้า เพราะท่านเป็นเพียงมนุษย์แต่ตั้งตัวเป็นพระเจ้า”
34 พระเยซูตรัสว่า “ในพระธรรมของท่านมีคำเขียนไว้มิใช่หรือว่า ‘เราได้กล่าวว่าท่านทั้งหลายเป็นพระ’
35 ถ้าพระธรรมนั้นเรียกผู้ที่รับพระวจนะของพระเจ้าว่า เขาเป็นพระ (และจะฝ่าฝืนพระคัมภีร์ไม่ได้)
36 ท่านทั้งหลายจะกล่าวหาท่านที่พระบิดาได้ทรงตั้งไว้ และทรงใช้เข้ามาในโลกว่า ‘ท่านกล่าวคำหมิ่นประมาทพระเจ้า’ เพราะเราได้กล่าวว่า ‘เราเป็นบุตรของพระเจ้า’ อย่างนั้นหรือ
37 ถ้าเราไม่ปฏิบัติพระราชกิจของพระบิดาของเรา ก็อย่าวางใจในเราเลย
38 แต่ถ้าเราปฏิบัติพระราชกิจนั้น แม้ว่าท่านมิได้วางใจในเรา ก็จงวางใจเพราะพระราชกิจนั้นเถิด เพื่อท่านจะได้รู้และเข้าใจว่าพระบิดาทรงอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระบิดา”
ชาโลม …~!
——–

ใส่ความเห็น